ราคารวม : ฿ 0.00
ท่านผู้อ่านทุกท่าน ในบทความนี้อาตมาขอพูดเรื่อง ดูหนังเกี่ยวกับเพศสภาพ ความจริงที่ต้องทำใจและเตรียมใจ ขอย้ำต่อท่านทั้งหลายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในฐานะเป็นผู้ชมว่า,,,ดูหนังดูละครเพศสภาพ เตรียมใจและทำใจ,,, ทำไมจึงกล่าวอย่างนั้น ตลอดระยะเวลานับสิบปีที่ผ่านมาได้เกิดการแสดงเกี่ยวกับเพศสภาพในทางสังคม แต่ท่านทั้งหลายต้องทำใจว่าอาตมาไม่ได้ตำหนิ ไม่ได้รังเกียจ ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเลย เดี๋ยวจะลือกันไปตัดต่อกันไป เล่าลือกันไปว่าท่านเจ้าคุณตำหนิพวกเรา อาตมาไม่ได้ตำหนิ แต่ก็ได้เห็นในวงการแสดงตลก ดูสนุกดี ดูใหม่ ๆ ดูสนุกแต่นาน ๆ ไปเฝ้าสังเกตสังคมเปลี่ยนสภาพไป เกิดเพศสภาพคือรักเพศเดียวกัน อยู่ร่วมกับเพศเดียวกัน อันนี้เป็นเพศสภาพ
ต่อมามีการผ่าตัดแปลงเพศและมีการประกวดกัน มีการยกย่องเชิดชู เรื่องนี้ไม่ได้ว่ากัน ท่านจะรู้ผลสรุป ต่อมามีสร้างภาพยนต์เรื่องเพศสภาพมากมายหลายเรื่อง เป็นที่ฮือฮาเป็นที่นิยมชมชอบทั้งตลกทั้งขบขัน และเป็นภาพยนต์ที่มักจะทำเงิน ตัวตนของผู้กำกับ แวดวงของดารานักแสดงที่ปรากฎความจริงขึ้นว่าท่านเหล่านั้นมีเพศสภาพ นี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกเช่นกัน ต่อมามีละครโทรทัศน์เกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับเพศสภาพ เมื่อละครเกิดขึ้นมากมาย ท่านทั้งหลายจงสังเกตดูว่านับวันมีแต่จะเปิดเผย และดูเหมือนว่าจะกลายเป็นหนังที่แสดงความรักกันอย่างโจ่งแจ้งระหว่างเพศเดียวกัน ต่อมามีการสมรสโดยมีกฎหมายเรื่องเพศสภาพผ่านสภาในประเทศไทยของเรา ในต่างประเทศหลายประเทศได้มีกฎหายรองรับแล้วเช่นกัน แต่ในศาสนาอิสลามยังคงห้ามมุสลิมไม่ให้แต่งงานกับเพศเดียวกัน มุสลิมนี่ไม่ได้เด็ดขาดถือว่าเป็นโทษทางศาสนา เพราะผิดต่อคำสอน มีการลงโทษอย่างรุนแรง แต่นั่นแหละ ฮอร์โมนเพศในแต่ล่ะคน สภาวะจิตของแต่ล่ะคน และสังคมที่อยู่รวมกัน สามารถทำให้เพศสภาพเปลี่ยนแปรได้
อาตมาเคยปรารภเสมอมานานแล้ว ว่าโรงเรียนกินนอน (อยู่ประจำ) และโรงเรียนหญิงล้วน-ชายล้วน ก็อาจจะมีส่วนให้เกิด ๓ เก (เกย์) ขึ้นได้ คือ เกย์คิง เกย์ควีน และเกเร ที่ดีก็ดีไปนั่นคือพวกที่ตั้งใจเรียน คนอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก ๆ นอนด้วยกัน ใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมกัน พูดอย่างนักวิเคราะห์ โรงเรียนหญิงล้วนและโรงเรียนชายล้วนแบบอยู่ประจำ (โรงเรียนกินนอน) ขออภัยที่ต้องใช้คำสามัญว่าเกิดหญิงรักหญิง (ทอม-ดี้) เกิดชายรักชาย (เกย์คิง-เกย์ควีน) ก็คนกินด้วยกัน นอนด้วยกัน คลุกคลีด้วยกัน และเมื่อเจริญเติบโตมามีฮอร์โมนเพศแล้ว ความต้องการของมนุษย์ก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สิ่งที่อาตมาพูดเช่นนี้อาจจะตรงเกินไปและดูไม่ยุติธรรม
ในโรงเรียนเดี่ยว ๆ ได้เคยบอกเสมอ จะยกตัวอย่างใกล้ ๆ ให้ฟัง โรงเรียนสตรีที่ใกล้กับวัดสุทัศน์มี โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนเบญจมราชาลัย โรงเรียนมหาพฤฒาราม ข้ามไปถึงโรงเรียนสายปัญญา โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เป็นโรงเรียนสตรีล้วน ๆ ถามว่าเมื่อเขาอยู่กันหญิงล้วน ๆ ก็ต้องมีพวกกล้าแกร่งแข็งกระด้างแบบผู้ชาย ผู้ชายในรูปร่างของผู้หญิง ในโรงเรียนผู้ชายล้วน ๆ ก็มีเกย์คิง เกย์ควีน เกเร อาตมาเคยแนะนำเสมอว่าให้มีการจัดกิจกรรมร่วมกัน ให้นักเรียนชายและหญิงได้มีโอกาสเจอกันเพื่อทำงานร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เล่นกีฬาสีด้วยกัน จะได้รู้ว่าเพศสภาพของเขาเป็นเพศอะไร แต่ก็น้อยโรงเรียนที่จะทำตามที่แนะ
เมื่อประมาณเกือบ ๒๐ ปีมาแล้วอาตมาได้ไปบรรยายที่โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ไม่ไกลจากโรงเรียนนี้มีโรงเรียนผู้ชายล้วนเป็นโรงเรียนที่ชื่อฝรั่ง (อาตมาจำชื่อไม่ได้ จำได้แต่ว่าตั้งอยู่ทางเข้าจังหวัด) อาตมาไปบรรยายวิชาการที่โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ และได้พูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนและแนะนำให้ลองจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างโรงเรียนสตรีนครสวรรค์กับโรงเรียนชายนั้นบ่อย ๆ โดยให้คำนึงถึงผลดีที่เกิดขึ้น อย่าไปกลัวว่าเด็กจะทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรกัน สหศึกษาคือการแสดงตัวตนที่แท้จริง คือการบ่มเพาะ อาตมาได้วิเคราะห์ผลดีและผลเสียให้ผู้อำนวยการฟัง หลังจากนั้นอีกประมาณ ๒-๓ ปี โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ได้เริ่มเปิดรับนักเรียนชายเข้าเรียนในระดับมัธยมปลายก่อน ปัจจุบันนี้ โรงเรียนสตรีนครสวรรค์เป็นโรงเรียนสหศึกษาอย่างสมบูรณ์ ผู้บริหารหลายฝ่ายคงไปวิเคราะห์กันแล้วว่าที่อาตมาบรรยายและได้แนะนำนั้นเป็นจริง เมื่อเปลี่ยนสภาพไปแล้วเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงเรียนด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน กินด้วยกัน เล่นกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ต่อมาเป็นเพื่อนกัน คู่ไหนทะเลาะกันมากระหว่างผู้หญิงผู้ชาย คู่นั้นแหละมักจะเป็นคู่ที่พึ่งพาอาศัยกันได้ ผลการเรียนดีขึ้น
แล้ววงการคณะสงฆ์ทั้งหลายล่ะ ในวัดมีแต่ภิกษุและสามเณรที่ต้องอยู่ร่วมกัน เรื่องราวที่ไม่เหมาะสมและผิดวินัยสงฆ์สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งเราจะต้องบังคับเรื่องวินัย บังคับให้มีการสอนกัมมัฏฐาน ถ้าเด็กได้รับการสอนอสุภกัมมัฏฐานและเน้นย้ำเรื่อย ๆ เมื่ออยู่ในภาวะที่เกิดความเป็นหนุ่มเป็นสาวถ้ามีการคลุกคลีกันแบบนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับในโรงเรียนกินนอนผู้ชาย โลกเปลี่ยนไปกอปรกับแรงกระตุ้นทางภาพยนต์ทางละครโทรทัศน์และในสื่อช่องทางอื่นอย่างดาษดื่น บางครั้งอาตมาตั้งใจจะดูรายการที่อยากดูแต่มีโฆษณาคั่น เป็นโฆษณาละครวายไทยแว่บขึ้นมาบ่อยมาก หากถามว่าอาตมาคิดอย่างไรต่อสังคมที่มีการย้ำซ้ำซาก ก็ขอบอกว่าพฤติกรรมที่สื่อแสดงบ่อยครั้งเหล่านี้ย่อมเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้
ที่กล่าวว่าดูหนังดูละครเรื่องเพศสภาพต้องเตรียมใจต้องทำใจต่อตัวเราเองด้วย
ในเมื่อสังคมเป็นแบบนี้อะไร ๆ ก็อาจขึ้นได้หลาย ๆ อย่าง ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ในประเทศที่ขาดการตักเตือนกัน ท่านลองคิดดูว่าต่อไปสังคมจะเป็นอย่างไร ? ไม่ตำหนิ ไม่ห้าม แต่ดูแล้วต้องเตรียมใจต้องทำใจ เพราะสิ่งที่เราชอบจะกระตุ้นสิ่งที่มีเกิดขึ้น อีกประการหนึ่งเพศสภาพอาจจะเกิดขึ้นจากสังคม ที่เห็นเด็ก ๆ เขาต่อสู้
ปัจจุบันในสังคมเรานี้มีเรื่องการทะเลาะวิวาทบาดหมางกันจนถึงการเอาชีวิตกันและกัน มีเรื่องความหึงหวงระหว่างคนรักเพศเดียวกันและต่างเพศที่รุนแรงจนถึงขนาดฆ่ากันตาย ต่างเรียกคนที่ผิดใจกันในเรื่องความรักว่าผู้ทรยศ เมื่อวันหนึ่งความรักและการใช้ชีวิตร่วมกันของคนเพศเดียวกันไม่ได้เป็นดั่งใจคิด เป็นไปไม่ได้จริง ๆ ก็จะนำไปสู่การเลิกรากัน การหย่าร้างกัน หรือการใช้ความรุนแรง ซึ่งได้เกิดขึ้นจริงนับครั้งไม่ถ้วนมาแล้วทั้งในจอและนอกจอ
ที่กล่าวต่อท่านทั้งหลายเช่นนี้ ไม่ได้มีการตำหนิ แต่ว่าผู้สร้างภาพยนตร์และผู้สร้างละครจะต้องรู้ว่าเราทำอะไรต่อสังคม ผู้ใหญ่ควรจะพิจารณาว่าละครและภาพยนตร์ประเภทสมควรให้เด็กชม ซึ่งทุกวันนี้ก็สกัดกั้นยากเพราะทุกคนก็มีสื่ออยู่ในมือ มีโทรศัพท์มือถือ มีสมาร์ตโฟน (โทรศัพท์เคลื่อนที่อัจฉริยะ) อยู่ในมือ สามารถเลือกดูหนังสารพัดได้ตลอดเวลา ดูแล้วก็คุยกัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้สูญเสียเผ่าพันธุ์ของมนุษย์อีกแบบหนึ่ง จะเกิดเผ่าพันธุ์ใหม่แต่ไม่มีผลิตผลมนุษย์ที่จะเกิดขึ้นมาเลย เพราะอะไร ? เพราะมันเป็นเพศสภาพไงล่ะท่าน ซึ่งไม่สามารถจะผลิตมนุษย์ขึ้นมาได้ เราไม่รู้จะสั่งสอนกันอย่างไรในอนาคต และบุคลากรทางศาสนาอย่างพระและเณรจะน้อยลงเพราะไม่มีคนจะบวช เกย์คิงก็บวชไม่ได้ เกย์ควีนก็บวชไม่ได้ ไอ้พวกเกเรก็มีเยอะมาก
เพราะฉะนั้นจึงขอกล่าวกับท่านทั้งหลายเป็นเชิงปรารภ ไม่ใช่การตำหนิ ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์ มีความเห็นอกเห็นใจกัน แต่ก็คิดถึงในอนาคต จึงขอกล่าวปรารภต่อท่านทั้งหลาย ณ วันนี้ ปีนี้ ลองสำรวจประชากรดู ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาใช้ภาษาอังกฤษ เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะปวดหัว เอาเป็นว่ายอมรับเรื่องเพศสภาพก็แล้วกัน แต่ว่าต่อไปเราจะทำอย่างไร ? เราจะบริหารต่อไปอย่างไร ? เครื่องใช้ไม้สอยมันจะเปลี่ยนไป การอยู่การกินก็เปลี่ยนไป ประชากรก็จะเปลี่ยนไป อารมณ์ทางสังคมก็จะเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด และบางครั้งจะต้านไม่อยู่จะแพ้ทางกัน เรื่องพระสงฆ์และสามเณรก็เช่นกัน อาตมาขอฝากไว้ให้ช่วยคิดกัน
พระเทพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

Share :
Write comment