ราคารวม : ฿ 0.00
ขอความเจริญในพระสัทธรรมจงบังเกิดมีแก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน
คนเราเกิดมาก็มีความทุกข์ มีทุกข์จริง ทุกข์จร ทุกข์หลอน ทุกข์หลอก ทุกข์จริงก็ทุก ๆ วัน มันมีของมันอยู่แล้ว เรียกว่าสภาวะทุกข์
ทุกข์จริง - ทุกข์จรมันจรมาทุกวัน
ทุกข์หลอน - ทุกข์หลอก ใจเราเอง ใจเรามันหลงหลอนหลอกตัวเองจนเกิดทุกข์
ทุกข์เพราะกินก็หนัก ทุกวันนี้เรามีทุกข์เพราะกิน และไม่ใช่กินเฉพาะคนเดียว กินทั้งพ่อ แม่ ลูก เมีย บริวาร แต่ถึงเวลากิน ดูอาหารมีสารพัดสารพันไปหมด อาหารแพงก็ทุกข์เพราะมันแพง เพราะเราอยาก อาหารบางอย่างจำเป็นก็เพราะเราจำเป็นต้องกิน เพื่อบำบัดอาการป่วย เพื่อบำรุงร่างกาย อาหารบางอย่างที่เราทุกข์หนักเพราะเราอยากบำเรอ อยากกินซูชิ อยากกินปลาดิบ อยากกินพิซซ่า อยากกินไก่ทอดยี่ห้อดังต่าง ๆ นี่เป็นทุกข์จร แต่มันหนักตลอดชีวิตตราบที่เรายังอยู่ เพราะฉะนั้นในชีวิตที่ยังอยู่นี้ ทุกข์เพราะกินก็หนัก
ทุกข์เพราะรักก็โศก รักใครว่าสดชื่นล่ะ มีหรือความสดชื่น เห็นมีแต่ความโศก ความเศร้าหมองทั้งนั้น อะไรที่เรารักเราไม่เคยสดชื่นเลย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ คน สัตว์ มันมีแต่ความกังวล ความโศก ความหม่นหมอง โอกาสที่จะชื่นใจนั้นมันยาก และเมื่อสิ่งที่รักมันหายไป หรือเราอาจต้องพรากจากมัน เราก็โศก คนที่รักประพฤติตัวไม่ดี ต้องคดี ยากจน ไม่มีจะกิน เจ็บไข้ได้ป่วย ล้มตาย เราก็โศก แล้วมันสุขตรงไหน ที่พูดเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้ท่านจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ ไม่ใช่เช่นนั้น แต่ให้เราคิดว่ามันเป็นทุกข์จริง แต่ทุกข์จริงจำเป็นต้องแก้ไข แต่ทุกข์ใจอย่าให้มันจรมาหาเรา
ทุกข์เพราะโรคก็ทรมาน โรคมันมีทุกวัน มันอาเกียรณ์ในร่างกาย อาเกียรณ์ไปด้วยโรคา เกลื่อนไปหมด ที่เราเห็นก็อาเกียรณ์ คันหัวต้องสระผมแล้ว คันหูก็ต้องปั่นหู น้ำเข้าหู เป็นนั่นเป็นนี่ นี่เรียกว่าโรคธรรมดา ๆ กระจุกกระจิก มันยังรบกวนเราได้ พอเข้าวัยทองฮอร์โมนก็เปลี่ยนไป อาตมาเองตอนจำวัด นอน ๆ อยู่ขนบนใบหน้าก็คันยิก ๆ ทำให้นอนไม่หลับ ก็นึกได้ว่า โอ.. นี่ก็เป็นทุกข์เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าโรคภัยไข้เจ็บมันมีมาก มันก็ทรมานร่างกายสังขารเรามาก โรคน้อยความทรมานก็น้อย และถ้ากรรมาเกณฑ์นายเวรตามมาทวงคืนอีก คราวนี้แหละมันทรมานหนัก เป็นอัมพฤกษ์ เป็นอัมพาต เจาะคอ เบาหวาน ความดัน ฟอกไต มันทรมาน แต่ให้รู้ว่ามันทรมาน มันจะได้เกิดนิพพิทา (นิพพิทาญาณ ปัญญากำหนดพิจารณาเห็นความเบื่อหน่ายในรูปนาม) คือความเบื่อหน่าย วิราคะคือคลายกำหนัดในร่างกาย เมื่อคลายกำหนัดในร่างกายได้ กำหนัดอย่างอื่นก็คลายไป นิพพิทานคือความเบื่อหนาย เปลี่ยนจิตไปทางเจริญอานาปาณสติ เจริญอนิจจัง ทุกขา อนัตตา
อาตมาไม่ได้พูดให้ทุกข์ แต่พูดเพื่อแก้ทุกข์ เป็นการพูดเพื่อรู้ รู้เพื่อสู้ สู้เพื่อแก้ทุกข์ แก้เพื่อดำรงอยู่ แม้แต่อาตมาเองผู้พูดผู้เขียนก็ประสบทุกข์เพราะโรค ก็ทรมาน แต่ปรับเปลี่ยน ค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมันเชื่อและมันเชื่อง จนมันได้ผล ความทรมานก็จะค่อย ๆ ลดหายตายจากไป
พระเทพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

Share :
Write comment