ราคารวม : ฿ 0.00
เคยมีภาพยนตร์โทรทัศน์อยู่เรื่องหนึ่ง เรื่อง บัวแล้งน้ำ สมัยก่อนอาตมาไม่ค่อยได้สะกิดใจ แต่ระยะหลัง ๆ นี้เกิดความสะดุดใจ สะกิดใจ
ดอกบัวนี้มีศัพท์เรียกอยู่ศัพท์หนึ่งว่า กมล หรือ กมลา แปลว่า จิตใจ เพราะฉะนั้นคำว่า บัวแล้งน้ำ ก็หมายความว่า ใจของคนที่ไร้ความรัก ในความหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นคือ ใจของพ่อของแม่ที่ลูกหลานไม่สนใจไม่มาดูแล
พ่อแม่ซึ่งมีลูก รักลูก เลี้ยงลูก ด้วยความหวังว่าเมื่อแก่แล้ว ลูกจะเป็นที่พึ่งของเรา คือมีลูกแล้วลูกจะดูแลปฏิบัติเรา จะทำกิจกรรมและกิจการด้วยกับเรา แทนเรา หรือสืบทอด และจะเป็นผู้รับทรัพย์มรดก จะรักษาวงศ์ตระกูล เมื่อพ่อแม่ตายไปลูกจะทำบุญตามหลักศาสนา และอุทิศส่วนกุศลไปให้ นี่เป็นความหวังทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
พ่อแม่พยายามเลี้ยงดูลูกอย่างสุดสวาทขาดใจ จะมีลูกกี่คนก็ตาม พ่อแม่ทุ่มเททุกอย่าง และพ่อแม่นั้น ลูกกินดี พ่อกินเดน ลูกกินดี แม่กินเดน พ่อแม่น่ะกินเดนทั้งนั้น กินด้อยกินเดนลูกทั้งนั้น อะไรที่ลูกกินเหลือ พ่อแม่เก็บกวาดกินเรียบ เหมือนปลาที่อยู่ในตู้ปลาที่เรียกปลาเทศบาล พ่อแม่ส่งเสียส่งเสริมจนลูกส่องแสงแล้ว แต่ลูกไปให้แสงแก่คนอื่น ไม่มาให้แสงต่อท่าน คือไม่กลับมาบำรุงน้ำใจท่าน จิตใจของพ่อแม่ คือดวงกมลคู่นี้ก็เป็นบัวแล้งน้ำ ต้องเหี่ยวแห้ง ในขณะที่ดวงกมลดวงอื่นเป็นบัวที่ชุ่มน้ำ อิ่มน้ำ เบิกบานตลอดเวลา บัวบางคู่ บัวบางบ่อ คือใจของพ่อแม่บางคนเหี่ยวเฉาจนอับเฉา
ลูก ๆ หลาน ๆ ทั้งหลาย จะทำให้ใครเป็นบัวอิ่มน้ำ ก็สู้ทำให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพชน ไม่ได้ ส่วนคนอื่น ๆ นั้น ใจของเขาก็มีพ่อแม่ของเขา
เพราะฉะนั้นการที่อยู่กับใครก็ตามที ท่านทั้งหลายจะต้องเลี้ยงน้ำใจของคนผู้นั้น อย่าให้เขาเป็นบัวแล้งน้ำ และดอกบัวบาน ดอกบัวงาม เราดูแล้วก็ชื่นใจ เมื่อเราตอบแทนบุญคุณพ่อแม่แล้ว ความชุ่มชื่นใจก็จะเกิดแก่พวกเราเอง
พระเทพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

ขอขอบคุณเจ้าของภาพ
Share :
Write comment