Episode 295 : รอยไม้เรียว (ติลมุฏฐิชาดก)

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญต่อการศึกษา ทรงมีความเคารพในบุคคลผู้ให้ความรู้อันมีนามเรียกว่า...ครู... นอกจากนั้นพระองค์ยังดำรงความเป็นครู ทั้งวิชาและจริยะ ในความเป็นครูนั้นทรงยึดหลัก สั่งสอนศิษย์และลิดรอนความชั่ว สิ่งหนึ่งที่จะลิดรอนความชั่วของศิษย์คือ...ไม้เรียว... ดังมีเรื่องปรากฏในติลมุฏฐิชาดก (ติละมุดถิชาดก) ดังนี้

ในอดีตกาลครั้งเมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระองค์ปรารถนาให้พระราชโอรสมีความรู้ จึงได้รับสั่งให้เดินทางไปศึกษายังเมืองตักสิลา อันเป็นเมืองมหาวิทยาลัยในครั้งนั้น สุดแต่ว่าจะเลือกเรียนกับอาจารย์คนใด 

พระราชโอรสเดินทางไปยังเมืองตักสิลา ได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ผู้เชี่ยวชาญในการสอนวิชารัฐศาสตร์ โดยบอกว่าตนเองเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพาราณสี แล้วเข้าศึกษา ณ สำนักนั้น

อยู่มาวันหนึ่งพระราชกุมารกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ริมสระน้ำ ใกล้สถานที่นั้น หญิงชราคนหนึ่งตากเมล็ดงาไว้กลางแจ้ง และด้วยความกลัวว่าจะเสียหายจากลม ฝน หรือสัตว์ เธอจึงนั่งเฝ้าผลิตผลของเธอ พระราชกุมารเห็นเมล็ดงาที่ตากไว้ ก็ถือวิสาสะหยิบเอามากินต่อหน้าต่อตา หญิงชราเห็นว่าหยิบกินจึงมิได้ว่ากล่าวอะไร 

ในวันต่อมา พระราชกุมารก็มานั่งตรงนั้นอีก หญิงชราตากเมล็ดงาไว้แล้วนั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกล แล้วพระราชกุมารก็หยิบเอาเมล็ดงามาโปรยเล่นต่อหน้าต่อตาของหญิงชรา เมื่อหญิงชราเห็นดังนั้นครั้นจะว่ากล่าวก็มิรู้ว่าใครเป็นใคร เกรงภัยจะมาถึงตัว จึงคิดว่า... “ธรรมดาลูกศิษย์ย่อมเป็นความรับผิดชอบของอาจารย์ ควรจะให้อาจารย์ว่ากล่าวตักเตือน จึงจะเป็นความถูกต้อง กับทั้งจะได้รู้ความประพฤติของลูกศิษย์ตนเอง”

เมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงชราจึงเข้าไปหาอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แล้วพูดว่า.... 

          ข้าแต่ท่านอาจารย์              

   เมื่อวันวานศิษย์ของท่าน     

   แสดงนิสัยพาล                        

   หยิบเมล็ดงาข้าเคี้ยวกิน

   ข้าหรือไม่ถือสา                       

   เพราะรสงาอร่อยลิ้น

   นิสัยเขาชักชิน                           

   เริ่มดูหมิ่นเจ้าของงา

   วันนี้เขาหยิบเล่น                              

   ใช่ดั่งเป็นของของข้า

   โปรยปรายให้นกกา                   

   ข้าจะว่าก็กระไร

   ข้านี้มากราบกราน                    

   ท่านอาจารย์วานแก้ไข

   อบรมบ่มนิสัย                                 

   เพื่อเขาได้เป็นคนดี

อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้ประชุมลูกศิษย์ แล้วให้หญิงชราชี้ตัว เมื่อไต่สวนแล้วเห็นว่าเป็นความผิด อาจารย์ยึดถือกฎของสำนักด้วยการเฆี่ยน ๓ ที แต่พระราชกุมารไม่ยอม อาจารย์จึงสั่งให้ศิษย์จับแขนตรึงไว้แล้วเฆี่ยนหลังพระราชกุมารต่อหน้าหญิงชรา การเฆี่ยนครั้งนี้ปรากฏว่าเป็นแผลเลือดไหล พระราชกุมารรู้สึกอับอายต่อหน้าหญิงชราและบรรดาเพื่อนศิษย์ด้วยกัน และโดยคิดว่าอาจารย์น่าจะไว้หน้ากันบ้าง เพราะใช่ว่าจะไม่รู้ว่าพระองค์เป็นพระราชกุมาร เมื่อเป็นดังนั้นพระราชกุมารจึงผูกใจเจ็บในอาจารย์เป็นที่ยิ่ง พระราชกุมารคิดว่า “วันหนึ่งข้างหน้าเถอะ ถ้าเรามีอำนาจเมื่อไร เราจะต้องหาทางแก้แค้นอาจารย์ให้สาสมที่ทำกับเราวันนี้ เรี่องเจ็บตัวไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจที่อาจารย์ทำให้อับอายขายหน้า” พระราชกุมารผูกใจเจ็บโดยที่อาจารย์มิได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย

แต่ถึงอย่างไรพระราชกุมารก็อดทนศึกษาเล่าเรียนจนจบ แต่ในระหว่างที่เรียน เมื่ออาบน้ำครั้งใดเพื่อนก็ล้อเลียนแผลเป็นที่เป็นรอยอยู่บนหลัง ยิ่งเป็นการตอกย้ำอดีตอันเจ็บปวดแก่พระราชกุมาร ในที่สุด พระราชกุมารก็ศึกษาเล่าเรียนจนจบตามหลักสูตรที่กำหนดไว้

“กระผมขอลาท่านอาจารย์กลับบ้านเมืองแล้วขอรับ ในกาลข้างหน้าถ้าผมได้ครอบครองราชสมบัติ ผมจะให้ข้าราชการนำหนังสือมาเชิญอาจารย์เข้าเมือง แล้วจะตอบแทนบุญคุณอาจารย์” พระราชกุมารพูดกับอาจารย์ แต่ในใจคิดว่า “จะตอบแทนให้สาสมกับที่อาจารย์ได้ทำต่อเรา” 

อาจารย์ทิศาปาโมกข์ให้โอวาทแล้ว ก็นำของประจำตัวคืนแก่พระราชกุมาร และขอให้นำวิชาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชน และขอให้ดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ซึ่งพระราชกุมารก็รับปากด้วยความไม่เต็มใจ แล้วลาอาจารย์เดินทางกลับเมือง แต่ทุกครั้งที่สรงน้ำ พวกสนมและพระพี่เลี้ยงเห็นรอยไม้เรียวก็มักถามว่าเป็นรอยอะไร ความเจ็บใจก็กำเริบขึ้นอีก

กาลต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติมีอำนาจเต็ม พระราชาทรงหวนนึกถึงอาจารย์ คิดว่า...“บัดนี้เป็นเวลาที่เราจะได้ล้างแค้นอาจารย์บ้างแล้ว ทำกับเราได้เจ็บแสบนัก” จึงมอบสาสน์ให้อำมาตย์เดินทางไปยังสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แล้วให้รับตัวอาจารย์มาด้วย

อำมาตย์เดินทางไปแล้ว เมื่ออาจารย์ได้รับสาสน์ก็ตามอำมาตย์มาเฝ้าพระราชา โดยมิได้เฉลียวใจเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่ชีวิตของตน

ครั้นเมื่อถึงแล้วก็เข้าเฝ้าพระราชา เมื่อเห็นอาจารย์ครั้งนี้ความโกรธก็ปะทุทันที พระราชาจึงหันหน้าไปทางอาจารย์ด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความกริ้วสุดขีด แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังก้องว่า

            ฮะเฮ้ย....เหวย  อาจารย์              

   นึกเหตุการณ์ย้อนถอยหลัง

   เมล็ดงากำเดียวยัง                    

   เฆี่ยนข้าตั้งสองสามที

   ข้าอายขายขี้หน้า                               

   แผลเป็นมาจวบวันนี้

   ข้าแค้นแน่นฤดี                                

   หลายสิบปีที่ผ่านมา

   วันนี้ท่านอาจารย์                              

   ได้รับสาสน์คลานมาหา

   เอาหัวของตัวมา                                

   รับอาญาหนาอาจารย์

   เพชฌฆาตจับตัวไว้                     

   นำไปแหล่งประหาร

   นี่แหละคือผลการ                     

   ตีโบยข้างากำเดียว

เมื่ออาจารย์ได้ฟังก็มิได้ตกใจ แต่ได้กล่าวต่อหน้าพระราชาและข้าราชบริพารทั้งปวงว่า....

           เดชะพระเจ้าข้า                        

   องค์ราชาฟังข้าก่อน

   อาจารย์ย่อมบั่นทอน                 

   นิสัยศิษย์เป็นพิษภัย

   ด้วยกิจคือทำงาน                     

   หรือด้วยก้านแห่งเรียวไผ่

   ไล่ชั่วตัวจัญไร                                  

   หวังศิษย์ได้เป็นคนดี

         หากศิษย์คิดแต่ชั่ว                       

   หลงเมามัวมั่วบัดสี

   อาจารย์ไม่หาญตี                     

   อย่านับถือคืออาจารย์

   หากศิษย์ผิดมากเรื่อง                         

   กระบิลเมืองโทษประหาร

   ลูกศิษย์ผิดสามานย์                   

   โทษอาจารย์ไม่อบรม

          ครั้งที่ตีพระองค์                         

   มิประสงค์ให้ขื่นขม

   ระเบียบอันเฉียบคม                  

   ดัดนิสัยให้ตรงทาง

   พระองค์ผู้ทรงศักดิ์                   

   โปรดตระหนักดูเสียบ้าง

    ไม้เรียวนั้นแหละสร้าง                         

   พระองค์ให้ได้ครองเมือง

เมื่อพระราชาได้ฟังอาจารย์กล่าวแล้ว ทรงเทียบเคียงกับหลักนิติบัญญัติในการปกครองบ้านเมือง จึงสำนึกผิดพร้อมทั้งขอขมา แล้วให้ไปรับภริยากับบุตรของอาจารย์เข้ามาชุบเลี้ยงในวังให้อยู่ด้วยความผาสุกจนสิ้นอายุขัย

วิธีการขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ในครั้งนั้น จึงเป็นวิธีการของครูในการสั่งสอนศิษย์ ๓ ประการ คือ น้ำเย็น ลูกยอ กอไผ่ ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ยากที่ศิษย์จะประสบความสำเร็จ

 

               บทบูชาครู

    ครู..... เป็นแสงสว่างทางชีวิต

     ครู..... สอนศิษย์ฝ่าฟันแก้ปัญหา

     ครู..... ประสาทประสิทธิ์วิทยา

     ครู..... เป็นแหล่งแสวงหาความรุ่งเรือง

     ครู..... เป็นพ่อแม่หนูคู่ที่สอง

     ครู..... รับรองสุข - ทุกข์ ในทุกเรื่อง

     ครู..... มีจิตการุณย์ไม่ขุ่นเคือง

         ขอกราบเบื้องบาทครูทุกผู้เทอญ

 

                          พระเทพปฏิภาณวาที

                             “เจ้าคุณพิพิธ”

 


View : 0

Share :


Write comment