ราคารวม : ฿ 0.00
ที่อาตมากล่าวว่า “สอนอะไรไม่เท่ายากสอนใจตัวเอง” เพราะยังมีเรื่องที่คั่งค้างใจ เพราะเหตุว่าสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์บางเรื่องบางอย่างซึ่งไม่จริงนั้น เผยแพร่ไปตามสื่อต่าง ๆ และไปยังต่างประเทศ
มีท่านผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งเป็นคนไทยไปทำงานต่างประเทศ แล้วก็มีชาวต่างประเทศไปเที่ยวที่วัดสุทัศน์ ฯ ถามคำบางคำเกี่ยวกับการเมือง เกี่ยวกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีคนใจเลวใจร้ายไปเล่าไปลือ จนทำให้ชาวต่างชาตินั้นมองประเทศไทยอย่างเสียหาย แล้วเขาก็บอกชื่อคน ๆ นั้นมาด้วย แล้วคน ๆ นั้นก็ยังอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ เป็นฆราวาสซึ่งท่านทั้งหลายยอมรับนับถือชมเชยกันหนักหนา ว่าเป็นภูมิปัญญาของประเทศ
อาตมาจะบอกให้ “คนบางคน บุญไม่มาวาสนาไม่ถึง แต่ทะลึ่งไปวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ตนเองมองไม่เห็น อย่างนี้แหละจะวิบัติขัดสนทั้งชาติทั้งตระกูล” เพราะในสังคมยุคข่าวสารนี้เป็นสังคมที่เผยแพร่เร็ว อะไรซึ่งเป็นข้อเสียนั้น ต้องช่วยกันแก้ ไม่ใช่ไปนินทาอ้าปากสำรากในสิ่งซึ่งตนเองคิดเห็นอย่างนั้น จึงต้องกล่าวว่า สอนอะไรไม่เท่ายากสอนใจตัวเอง เรื่องของการสอนนี้ สมเด็จพระจอมไตรพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า...
อัตตานะเมวะ ปะฐะมัง
ปะฏิรูเป นิเวสะเย
อะถัญญะมะนุสสาเสยยะ
นะ กิลิสเสยยะ ปัณฑิโต
“บัณฑิตพร่ำสอนตนเองก่อน แล้วจึงสอนผู้อื่นภายหลัง ย่อมไม่ประสบความมัวหมอง” นั่นแสดงว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสให้เราสอนตัวเองก่อน
ในสมัยก่อนมีพระหลายรูป เวลาที่ไปเทศน์แล้วโยมเขาถวายไม้กวาดมา พระก็ไม่เข้าใจ ผลที่สุดมารู้ภายหลังว่า “อ้อ... โยมเขาให้กวาดกิเลสตนเองก่อน ถึงจะสอนผู้อื่นในภายหลัง” แล้วบางทีเขาก็บอกว่า.... “ขวานน่ะมันถากคนอื่นได้ แต่มันไม่เคยถากตนเอง ไม่เคยถากด้ามตนเอง”
ดังนั้นในการที่เราจะทำอะไรนั้น จงพิจารณาตนเองสอนตนเองก่อน นั่นแหละจึงไม่ได้รับความมัวหมอง คือคำติฉินนินทาตามหลังเรามาในภายหลัง
พระเททพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

แชร์ :
เขียนความคิดเห็น