ราคารวม : ฿ 0.00
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องสามัคคีธรรมไว้เป็นจำนวนมาก ส่องให้เห็นประโยชน์ของความสามัคคี เช่น ตรัสว่า....
สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา
ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะทั้งปวง
บันดาลประโยชน์ให้สำเร็จได้ดังใจปรารถนา
ในทางตรงกันข้าม ถ้าแตกความสามัคคีมีแต่ความพินาศพลาดจากประโยชน์ ก็แล้วความแตกสามัคคีเกิดขึ้นได้เพราะเหตุไร
ความแตกสามัคคีเกิดขึ้นได้เพราะ...ปากอวดรู้ หูเชื่อง่าย... ถูกทำลายเพราะมือที่สาม พระพุทธองค์จึงตรัสเรื่อง “วัณณโรหชาดก” เป็นเครื่องสอนใจว่า....
ในอดีตชาติ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดเป็นรุกขเทวดาอยู่ใกล้ถ้ำแห่งหนึ่ง ในถ้ำนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของราชสีห์และเสือ สัตว์ทั้งสองรักใคร่ปรองดองอย่างแน่นแฟ้น หาอะไรได้ก็แบ่งกันกิน รู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่อมา ได้มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งทำดีตีสนิท ขออยู่อาศัยในถ้ำนั้นด้วย สัตว์ทั้งสองมีเมตตาจึงให้ที่อยู่อาศัย เจ้าสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ได้อาศัยเศษเนื้อ กระดูก ที่สัตว์ทั้งสองหามาได้ดำรงชีวิตของตน เหตุการณ์ล่วงไปไม่นาน ความคิดของสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ก็เปลี่ยนไป
เจ้าจิ้งจอกมันคิดว่าอันเนื้อสัตว์ทุกชนิดมันก็ได้ลิ้มลองมาหมดแล้ว ถ้าหากมันยุให้ราชสีห์และเสือขัดแย้งเข้าใจผิดกัน แล้วสัตว์เจ้าป่าทั้งสองก็ต้องต่อสู้กัน ในการต่อสู้กันนั้นสัตว์ทั้งสองต้องบาดเจ็บล้มตาย ส่วนตัวใดจะตายก่อนตายหลัง อย่างไรก็ต้องตายทั้งคู่ มันจะได้กินเนื้อราชสีห์และเนื้อเสือเป็นอาหาร รสชาติของเนื้อสัตว์ทั้งสองคงจะอร่อยมิใช่น้อย เจ้าสุนัขจิ้งจอกจึงวางแผนการด้วยกำหนดว่า ถ้าสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งไม่อยู่มันจะเข้าไปหาตัวที่อยู่แล้วจะพูดยุแหย่ให้เกิดความเข้าใจกันผิด เมื่อสัตว์ทั้งสองเข้าใจผิดแล้วความหมางเมินก็จะเกิดขึ้น แล้วในที่สุดก็จะต่อสู้กัน ตรงนี้ความประสงค์ของมันก็จะสำเร็จ และเป็นจุดกำจัดเจ้าป่าให้พ้นทางเดินของมัน กับทั้งมันเองจะได้เป็นที่ชื่นชมเคารพยำเกรงของสัตว์ทั้งหลาย
เมื่อราชสีห์ออกจากถ้ำไปแล้ว สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จึงเข้าไปหาเสือ แล้วพูดว่า...“นี่แน่ะ...ท่านเสือผู้มีความซื่อสัตย์และสง่างาม ท่านขัดใจอะไรกับราชสีห์หรือเปล่า... ราชสีห์พูดกับข้าพเจ้าด้วยความคับแค้นว่าแม้ท่านมีเล็บอันแหลมคมก็ไม่อาจสู้เขี้ยวของเขาได้ ข้าพเจ้าเป็นห่วงท่านจริง ๆ ”... พูดดังนี้แล้วก็จากไป
วันต่อมา เมื่อได้โอกาสจึงเข้าไปหาราชสีห์ด้วยท่าพินอบพิเทาแล้วกล่าวว่า... “ข้าแต่ท่านพี่ผู้เป็นเจ้าป่า ข้าพเจ้านี้แสนอึดอัดใจเพราะท่านเสือได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ถึงท่านจะมีเขี้ยวเล็บอันแหลมคมอุดมด้วยกำลัง ก็มิอาจต้านทานเล็บอันคมของเขาได้” พูดดังนี้แล้วก็หลีกไปเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง ความวิบัติของสัตว์ทั้งสอง
เมื่อเสือและราชสีห์ได้ฟังแล้วเกิดความไม่สบายใจ วันหนึ่ง เมื่อประสงค์จะทำความเข้าใจกัน จึงได้เดินหน้ามาพบกัน แล้วราชสีห์ก็กล่าวกับเสือขึ้นก่อนว่า...
นี่แน่ะเสือลายพาดผู้ปราดเปรื่อง
เจ้าขุ่นเคืองอันใดในใจหนอ
จึงกล่าวว่าเรานี้มิดีพอ
จะเทียบต่อตัวเจ้าไม่เท่าทัน
เจ้าว่าเราต่ำต้อยด้อยศรีศักดิ์
ชั้นเชิงมิอาจจักเทียบเทียมท่าน
น้องผู้เจ้าสัตว์ป่าพนาวัน
ท่านประสงค์อะไรกันฤาท่านเสือ
เมื่อเสือได้ฟังราชสีห์แล้ว เสือจึงได้พูดขึ้นว่า...
สหายผู้เขี้ยวงามนามราชสีห์
ท่านพาทีลับหลังดังนี้หรือ
ว่าตัวเรานี้ถ่อยด้อยฝีมือ
มิเทียบชื่อเทียมชั้นกับท่านนา
หากท่านเชื่อคำจิ้งจอกที่บอกไซร้
เชิญท่านใช้เล็บเขี้ยวเชียวเถิดหวา
พิฆาตน้องให้ดิ้นสิ้นชีวา
เชิญพี่ยาขบขย้ำให้หนำใจ
เราอยู่ร่วมกันมาอย่างผาสุก
เป็นเพื่อนทุกข์คลุกคลีมีสุขใส
เจ้าจิ้งจอกตัวนั้นมันเป็นใคร
พี่จึงได้เชื่อคำมันอำพราง
อันความรักสามัคคีเป็นพี่น้อง
ย่อมใฝ่ปองไมตรีมิเสื่อมสร่าง
ดุจทารกหลับอุตุอุรพางค์
แห่งมารดาผู้โอบร่างด้วยพรหมธรรม
ดูก่อนท่านราชสีห์ผู้พี่ข้า
ผู้มีความหาญกล้าสง่าล้ำ
จงหวนตรองตริตรึกนึกถึงคำ
หมาจิ้งจอกเล่ห์ล้ำมันอำเรา
ข้าพเจ้าผู้น้องมิปองร้าย
ต่อพี่ชายผู้ประเสริฐเลิศเฉลา
เราพี่น้องปองรักกันให้นานเนา
เป็นต้นเค้าเลื่องลือชาสามัคคี
เมื่อเสือและราชสีห์มีความเข้าใจกันเพราะหันหน้าพูดจากัน ปรึกษากัน ขอโทษซึ่งกันและกัน ก็พากันขับไล่สุนัขจิ้งจอกให้พ้นไปจากถ้ำนั้น เจ้าสุนัขจิ้งจอกจึงกลายเป็นสัตว์พเนจร เพราะมีความคิดที่แฝงไปด้วยเล่ห์ร้าย ความคิดแบบนี้จึงเรียกว่าความคิดเน่า ๆ จึงควรเรียกว่า “หมาหัวเน่า” เข้ากับใครไม่ได้
รุกขเทวดา ในครั้งนั้น... ต่อมาเกิดในชาติสุดท้าย คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ราชสีห์ คือ พระสารีบุตร
เสือ ก็คือ พระมหาโมคคัลลาน์
พระเทพปฏิภาณวาที
"เจ้าคุณพิพิธ"
แชร์ :
เขียนความคิดเห็น