ราคารวม : ฿ 0.00
อาตมาได้มีโอกาสไปบรรยายธรรมแก่นักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นนักเรียนระดับประถมปลายและมัธยมตอนต้นฟัง ได้บอกเด็ก ๆ ซึ่งถือเป็นลูกหลานว่า “หลาน ๆ ทั้งหลาย การจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตนั้น ควรจะปฏิบัติให้ชัดเจน ๔ ประการ คือ ถือศีล รักษาสัตย์ รู้จักสิทธิ และทำจิตให้ผ่องใส”
ถือศีล เด็กต้องรักษาศีล พ่อแม่ต้องดูเด็กด้วยว่าลูกทำอะไรที่ผิดศีลหรือเปล่า ถ้าลูกผิดศีล ต้องตักเตือน ติเตียน สั่งสอน และถ้าไม่เชื่อต้องลงโทษทัณฑ์ เด็กเตะหมา เตะแมว รังแกสัตว์ ลักขโมย เล่นหูเล่นตากับผู้หญิงผู้ชาย หัดโกหก หัดสูบบุหรี่ นั่นเป็นเบื้องต้นของการผิดศีล มันจะเสียหายยิ่งใหญ่ในอนาคต แล้วเด็กก็ต้องรู้ว่า คนไม่มีศีลนั้นถึงเติบโตด้วยร่างกาย ก็จะไม่เติบใหญ่ด้วยหน้าที่การงาน และเป็นคนอันตรายของสังคม โลกยอมรับแต่คนมีศีลเท่านั้น
รักษาสัตย์ สัจจะคืออะไร คือเป็นทำจริง พูดจริง ตั้งใจจริง จริงทั้ง ๓ ประการ โดยหลักของพระพุทธพจน์ที่ว่า
สัจเจนะ กิตติง ปัปโปติ คนจริงนั้นย่อมได้รับเกียรติเสมอ คือ
เกียรติศัพท์ ได้แก่การเล่าลือ
เกียรติศักดิ์ คือความมั่นคง
เกียรติยศ คือสิ่งที่หน้าที่การงานมอบให้
เกียรติคุณ ชื่อหอม
เกียรติบัตร แผ่นกระดาษเป็นเครื่องรับรอง
ต้องเป็นคนจริงทั้งนั้น และคนจริงเมื่อจริงแล้ว ได้ประสบของจริงแล้ว ผลสุดท้ายจักได้พบความจริงที่ประเสริฐ คือ อริยสัจจ์ นี่คือรักษาสัตย์
รู้จักสิทธิ ถือสิทธิต้องรู้สิทธิขของตัวเองด้วยว่า เรามีสิทธิในครอบครัวในสังคมขนาดไหน และควรจะใช้สิทธิเสรีภาพขนาดไหน ถึงจะไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น และมีสิทธิแล้วไม่ใช้สิทธิ เขาเรียกว่า นอนหลับทับสิทธิ์
ทำจิตให้ผ่องใส ซึ่งเด็ก ๆ ที่วชิราวุธวิทยาลัยเขาสวดมนต์และสวดเหมือนพระเลย เอาแบบที่พระสวดไปสวดมนต์กัน มีการชุมนุมกัน ประชุมกันที่ตึกกลางซึ่งเป็นหอประชุม
๔ ประการนี้ ขอนำมาเล่าบรรยากาศให้ท่านผู้ปกครองและเด็ก ๆ ทั้งหลายพึงรู้ว่า ที่เราควรจะปฏิบัติ คือ ถือศีล รักษาสัตย์ รู้จักสิทธิ และทำจิตให้ผ่องใส
นี่คือหัวใจประการสำคัญอีกหมวดธรรมหนึ่ง
พระเทพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

แชร์ :
เขียนความคิดเห็น