ราคารวม : ฿ 0.00
ท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้อาตมามีเรื่องเล่าสู่กันฟัง เรื่อง “คาถาหาของหาย” ท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่คาถานี้เป็นคาถาโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ อาตมาไม่อยากให้สูญหาย จึงขอนำมาเผยแพร่ให้ผู้อ่านได้ทราบ และเมื่อมีความจำเป็นก็ลองนำไปใช้
ประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ เศษ ๆ เมื่อครั้งอาตมาเป็นเด็กวัด และถูกพาไปฝากไว้ที่วัดชัยภูมิ (คลองขุด) ตำบลชายนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดนี้เป็นวัดที่ผีดุมาก เอาเป็นว่าครบสูตรผีก็แล้วกัน ขอให้ผู้อ่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องผีสักหน่อย ในฐานะที่อาตมาศึกษาเรื่องพระไตรปิฎก เรื่องผี เรื่องเปรต เรื่องอสูรกาย เรื่องเทวดา ก็จะแบ่งแยกประเภทผีให้ท่านทั้งหลายฟังว่า ผีมีอยู่ ๖ ประเภท คือ
ผีสิง
ผีหลอก
ผีลวง
ผีทวงบุญคุณ
ผีทวงบุญกุศล
ผีทวงสมบัติของตนคืน
ท่านผู้อ่านต้องจำเรื่องผีไว้ เพราะว่าไม่มีใครวิจัยเรื่องผี คนส่วนมากเชื่อว่าผีไม่มีจริง แต่ถ้าผีไม่มีจริง มันจะมีหมอผีมีวิชาอาคมไปทำไมล่ะ เหตุมันมี ผลที่เกิดต้องมีเหตุ นี่เป็นหลัก “อริยสัจ ๔”
ทุกข์ คือ ความทุกข์
สมุทัย คือ เหตุเกิดแห่งทุกข์
นิโรธ คือ สุขอันเกิดจากการดับทุกข์
มรรค คือ ปฏิปทา ข้อปฏิบัติให้ถึงการดับทุกข์ในทุกเรื่อง
เรื่องผีก็เหมือนกัน ท่านเห็นว่ามีพระคณาจารย์มากมาย แต่ทำไมต้องมีมีดหมอ ? ทำไมต้องมีการอาบน้ำมนต์ ? ทำไมต้องมีใบหนาด ? ทำไมต้องมีคาถาไล่ผีในแต่ล่ะสำนัก ? แล้วคาถาหลัก “บทสวดวิปัสสิสสะ (อาฏานาฏิยปริตร) คืออะไร ? ถ้าคนไม่ได้ศึกษา ไม่เคยเห็น ก็จะไม่เชื่อและจะปฏิเสธโดยไร้เหตุผล
ผีสิง คือผีเข้าสิงคนนั่นแหละ ผีมันอด มันอยาก มันแค้น เมื่อครั้งพุทธกาลขณะที่พระโมคคัลลานะกำลังเดินจงกรม และถูกผี (ทูสีมาร) เข้าสิงในช่องท้อง เพราะเคยเป็นคู่อาฆาตกันตั้งแต่ชาติปางก่อน (ท่านผู้อ่านสามารถอ่านเรื่องนี้ได้ในพระไตรปิฎก เรื่อง “ทูสีมารขกับพระโมคคัลลานะ”) ทำให้พระโมคคัลลานะปวดในช่องท้องมาก พระโมคคัลลานะจึงกำหนดจิตรวบรวมสัมมสนญาณ สำรวจดูและได้เห็นทูสีมาร จึงได้เรียกมารนั้นออกมา ท่านลองไปหาอ่านเถอะ ผีสิงมีหลายรูปแบบ อดอยากก็มี โกรธแค้นก็มี ให้ไปทำความชั่วก็มี หิวข้าวก็มี กระหายก็มี สิงเพื่อไปหลอกคนก็มี
ผีหลอก ปรากฏเป็นรูปผี หลอกให้ตกใจบ้าง ให้ขวัญเสียบ้าง สติแตกบ้าง หลอกล้อเล่นบ้าง
ผีลวง เป็นผีกำบัง เป็นผีสร้างภาพ
ผีทวงบุญกุศล จะมาไม่บอกคนอื่น แล้วจะมีสื่อสัญญาณ
ผีทวงสมบัติของตนคืน มีหลายรูปแบบ อดีตสมเด็จพระสังฆราชวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (สมเด็จพระสังฆราชปุ่น ปุณฺณสิริ) ท่านเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้และบอกให้อาตมาไปลองอ่านดู ท่านใช้นามปากกาว่า “สันติวัน” เขียนดีเชียวและเป็นเรื่องจริง
สมัยก่อนที่ศาลาวัดชัยภูมิ มีกุดังเก็บศพ ถ้าใช้เก็บสินค้าเรียก “โกดัง” ถ้าเก็บศพเรียก “กุดัง” ในกุดังเก็บศพเขาเอาไม้สองแผ่นปูแล้วเอาศพวางเรียงกัน ชั้นที่สองก็สลับศพ มีศพซ้อน ๆ สลับ ๆ กันไป แอบมองดูได้ผ่านรูสังกะสี ไม้ก่อไผ่ก็รูดแคร่ก ๆ นกแสกชอบมาเกาะ ตรงนี้ผีดุ และที่ศาลามีเสาตกน้ำมันต้นเสาใหญ่ ๆ ถ้าบางวันมีเด็กไปเล่นซ่อนหากัน ก็จะเกิดเรื่องเด็กหาย หากันวุ่นวาย จุดตะเกียงหาทั้งคืนจนพระอาทิตย์ขึ้นก็ไม่เจอ พอตอนเช้าลองไปดูอีกรอบ อ้าว ! เจอเด็กนั่งกอดเสาอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ นี่เขาเรียก “ผีบัง”
คราวนี้เรื่องของหาย สมัยก่อนเขามีตำราดูของหาย พระหรือคนที่ชำนาญเรื่องหาของหาย เขาจะนั่งทางในดูว่าของอยู่ตรงไหน แล้วท่านจะทำนายทิศให้ไปหาของ ของหายในหลักของศาสนาคือ การวางของโดยขาดสติสัมปชัญญะ อันนี้เป็นหลักการ เมื่อเราขาดสติสัมปชัญญะ เราจะจำอะไรไม่ได้ เมื่อขาดสติสัมปชัญญะความรู้ตัว ก็ขาดความทรงจำว่าของอยู่ที่ไหน บางทีของเล็ก ๆ น้อย ๆ หาย หรือเราหาอะไรสักอย่างหนึ่งไม่เจอ เราก็คิดแล้วว่ามันหาย ซึ่งอาจมีการยกย้ายเปลี่ยนที่วาง หรือของตกหล่นบ้าง อันนี้ถึงเราจะมีสติสัมปชัญญะรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น มันไม่หายแต่หาไม่เจอ
เรื่องคาถาหาของหายนี้ อาตมาจำไม่ได้ว่าหลวงตาองค์ไหนสอนอาตมา ท่านสอนให้ภาวนาว่า
“ผีบังกระดูกผุ ผีบังกระดูกผุ”
ภาวนาไปเรื่อย ๆ ออกเสียงพึมพำ เดี๋ยวจะหาของเจอ ก็จริงของท่าน ตอนที่อาตมาเป็นเด็กวัด ใกล้วัดที่อาตมาอยู่มีสะพานข้ามคลอง คนมักจะทำของร่วงตรงทางโค้งสะพาน ตังค์ร่วงบ้าง สิ่งของอื่น ๆ บ้าง บางคนหาไม่เจอก็มาตามอาตมาไปช่วยงมหา “ไอ้แดง ตังค์กูร่วงตรงนี้” “ไอ้แดง ! ไปช่วยหาของที” ฯลฯ อาตมาก็นึกถึงคาถาที่หลวงตาให้มา โดดโครมลงไปในคลอง เอามือรูดเสาแล้วปล่อยสักหน่อยแล้วควานหาเดี๋ยวกำมาได้แล้ว อาตมาจะหาของอะไรที่หาไม่เจอก็ท่องคาถา “ผีบังกระดูกผุ” ตลอดมา
มีหลายกรณีที่คาถานี้ใช้ได้ผล เช่น โยมคนหนึ่งขับรถบีเอ็ม (BMW) ป้ายแดงที่สามีออกรถให้ใหม่มางานศพพระที่วัดสุทัศน์ พวงกกุญแจรถเป็นทองคำ ตอนนั้นอาตมานั่งจัดงานศพอยู่ โยมมาฟังสวดพระอภิธรรม พระสวดจบแล้ว โยมจะกลับบ้านแต่กุญแจรถหาย ต้องเปิดไฟสว่างทั่วบริเวณนั้นเพื่อจะหากุญแจ อาตมาถามโยมว่าโยมนั่งฟังพระสวดที่ไหน และได้ให้เจ้าหน้าที่ลอกท่อน้ำวัดบริเวณนั้นเลย ลอกท่อแล้วก็หาไม่เจอ โยมท่านนั้นก็ร้องไห้และติดต่อสามีให้เอากุญแจอีกชุดมาขับรถกลับ ตอนบ่ายของวันต่อมาอาตมาได้เรียกเจ้าหน้าที่วัดมาถามว่า “มึงลอกท่อและกำขี้เลนละเอียดหรือเปล่า”
เจ้าหน้าที่ตอบว่า “ผมบี้ทั้งหมดเลยครับ”
อาตมานึกถึงคาถานี้ได้จึงภาวนาคาถา “ผีบังกระดูกผุ ผีบังกระดูกผุ” และบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า “มันอยู่ตรงนี้แหละ มึงเปิดฝาท่อและลองล้วงตรงนี้ดูสิ กูว่ามันอยู่ตรงนี้” พอเจ้าหน้าที่ล้วงมือลงไปในท่อก็กำกุญแจขึ้นมาได้
มีโยมคนหนึ่งกำลังรอขึ้นเครื่องบินกลับไทย โทรมาหาอาตมาด้วยน้ำเสียงตระหนก “ท่าน ๆ พาสปอร์ตหาย อีกประเดี๋ยวต้องขึ้นเครื่องแล้วแต่หาพาสปอร์ตไม่เจอ” อาตมาก็บอกโยมว่า “ตั้งสติให้ดีแล้วโยมพึมพำตามอาตมานะ “ผีบังกระดูกผุ ผีบังกระดูกผุ” แล้วลองมองไปที่กระเป๋า ภาวนา ๓-๙ครั้งก็ได้ แล้วล้วงไปใหม่ ตอนนี้อย่าพึ่งล้วงนะ” หลังจากนั้นสักพักโยมก็บอกอาตมาว่า “เจอพาสปอร์ตแล้ว มันหล่นในซอกกระเป๋า” มีโยมอื่นอีกหลายคนที่หาของไม่เจอก็ตกใจ โทรไปปรึกษาอาตมาว่าทำของหาย เครื่องเพชรหาย สมุดบัญชีหาย ต่างหูร่วงหาย ฯลฯ อาตมาก็แนะนำให้ตั้งใจภาวนาคาถาหาของหาย “ผีบังกระดูกผุ ผีบังกระดูกผุ” อาตมาเองก็เหมือนกันโทรศัพท์หาย จำได้ว่าวางไว้ตรงนี้แท้ ๆ สติสัมปชัญญะก็มีแต่มันหาย พอภาวนา ผีบังกระดูกผุ ไปก็เจออยู่บนโต๊ะหนังสือนั้นแหละ
เพราะฉะนั้นที่อาตมาเล่าให้ท่านทั้งหลายให้ได้รู้กัน คือ การวางข้าวของอะไรต้องมีสติสัมปชัญญะ ในระหว่างที่เราที่นี้ตัวสติเป็นตัวสำคัญ สัมปชัญญะรู้ว่าเราวางอยู่ที่นี้ อยู่ในส่วนนี้แล้วมันจะเกิดสัญญาณความทรงจำ แต่ถ้ามันบังเอิญพลัดไป หรือผีมันแกล้ง ภาวนาไปเถิด ผีบังกระดูกผุ แช่งมันบ้างให้มันกลัว พอมันกลัวมันก็ไป เราจะเห็นของวางอยู่ตรงนั้น คาถานี้เป็นคาถาที่สำคัญ ถ้าใครข้าวของหายก็ลองภาวนาดู ช่วยบอกต่อ ๆ กันด้วยนี่เป็นคาถาอมตะ ท่านอย่าเห็นว่าเป็นเรื่องตลก ไม่ใช่เรื่องตลกนะ อาตมาเองก็เป็นคนเชื่อยากแต่ต้องพิสูจน์ได้ แต่เรื่องผีทั้งหลายนี้อาตมาเคยผ่านผีมาเกือบทุกประเภทแล้ว ผ่านมาจนไม่กลัวทั้งศพไม่กลัวทั้งผี คุยกันได้เลย อาตมาไม่ได้อุตริ เขามาคุยด้วย มาอยู่ในช่วงตกภวังค์ มันข้ามภูเขามา เขาเรียกผ่านมิติ ก็คุยกันไป เห็นรูปร่างหน้าตาด้วย ตอนนอนโรงพยาบาลก็นอนกับผีพยาบาลบ้าง ผีก็ดูไม่ใช่พยาบาลหรอกแต่เขากลัวว่าเราจะกลัวกระมัง ตอนเป็นเณรอยู่ในถ้ำก็คุยกับผี เขาไม่ได้ทำอะไรเรา แต่เราต้องสวดมนต์ไหว้พระและอุทิศส่วนกุศลให้เขาด้วย
อาตมาขอฝากคาถาหาของหาย “ผีบังกระดูกผุ ผีบังกระดูกผุ” นี้เพื่อประโยชน์แก่ท่านทั้งหลาย คาถาเต็มของคาถานี้คือ
พุทธัง อิ สะหวาสุ มะ อะ อุ สะหวาเห็น
ธัมมัง อิ สะหวาสุ มะ อะ อุ สะหวาเห็น
สังฆัง อิ สะหวาสุ มะ อะ อุ สะหวาเห็น
ผีบังกระดูกผุ
พระเทพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

แชร์ :
เขียนความคิดเห็น