ราคารวม : ฿ 0.00
ท่านผู้อ่านทุกท่าน ที่ว่าบ้านเมืองวิกฤต คือการวิกฤตทางเศรษฐกิจนั้น อาตมาว่าไม่เท่าวิกฤตเพราะขาดผู้นำที่ดี เมื่อมองไปทางไหนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม คือทั้งฝ่ายอาณาจักรและพุทธจักร จะหาคนดีที่เป็นแบบอย่างของสังคมได้ยากเหลือเกิน ยิ่งนับวันยิ่งจะหาทำยายาก ที่โบราณบอกว่า “จะหาคนดีสักคนมาทำยาหยอดตาก็แสนยาก” นั่นแสดงว่า สังคมของเราก็มีภาวะวิกฤตที่ขาดผู้นำ คือ เป็นผู้ที่สร้างศรัทธาต่อเยาวชนคนรุ่นหลัง ภาวะเช่นนี้แหละคือภาวะที่ประเทศชาติปั่นป่วนอย่างหนัก
เรามีผู้นำเหมือนกัน แต่ในระยะหลัง ๆ นี้ ไม่ใช่ที่ตั้งแห่งศรัทธา กลับเป็นที่เสื่อมศรัทธา ไม่เป็นแบบอย่างที่จะให้เยาวชนคนรุ่นหลังดำเนินรอยตามได้ คือไม่ได้เป็นทั้ง แม่แบบ ไม่ได้ให้ทั้ง แม่บท มันจึงไม่ ปรากฏในตัวเด็ก
ทุกคนเกิดมาต้องมีแม่แบบ ต้องทำตามแม่บท แล้วไปปรากฏในตัวผู้นั้น นั่นแสดงถึงความศรัทธา แต่ปัจจุบันนี้ความศรัทธามันถดถอย เพราะสังคมขาดผู้นำ เหมือนกับคณะสงฆ์ ณ ขณะนี้ ถ้าท่านทั้งหลายสังเกตวงการสงฆ์ก็จะเห็นว่า เอาเฉพาะวงการที่สร้างพระเครื่อง พระบูชา เราขาดพระคณาจารย์ที่จะผุดโผล่ ผุดผาด ผุดผ่อง ขึ้นมาใหม่ จึงมีการสร้างรูปเหมือนพระคณาจารย์ซึ่งมรณภาพไปแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำอีก พระคณาจารย์รุ่นเก่าแต่ละรูปก็มรณภาพไป เช่น หลวงพ่อแพ (วัดพิกุลทอง) หลวงพ่อคูณ(วัดบ้านไร่) ฯลฯ ท่านได้สร้างสมบารมี ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ใช้เวลาหลายปีในการสร้างสมบารมีศึกษาหาความรู้จนบรรลุ ส่วนจะบรรลุชั้นไหนนั้น เราเป็นเด็กว่าไม่ต้องทำนาย บัดนี้ท่านได้มรณภาพไปแล้ว เราก็ “ขาดผู้นำ” ในด้านจิตใจไป
ดังนั้นถ้าย้อนดูในวงการคณะสงฆ์ก็ขาด
เราจึงสร้างหลวงปู่ทวดกันซ้ำแล้วซ้ำอีก
เราจึงสร้างหลวงพ่อเงินกันซ้ำแล้วซ้ำอีก
เราจึงสร้างสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) กันซ้ำแล้วซ้ำอีก
พระคณาจารย์เหล่านี้ได้สร้างสมบารมีมา แม้มรณภาพไปเป็นสิบ ๆ ปี ร้อย ๆ ปี เรายังเอาท่านมาทำมาหากิน แล้วก็กินไม่ไหว ใช้ไม่หมด อดไม่เป็น แต่เราจะนึกถึงหรือไม่ว่า สิ่งที่ท่านสร้างสมมานั้น น่าจะเป็นพื้นฐาน หรือบรรทัดฐาน หรือเนติ เป็นแบบแผนให้เราประพฤติปฏิบัติตาม
ดังนั้นในสังคมปัจจุบันนี้ จึงเป็นสังคมที่วิกฤตในภาวะผู้นำ ทั้งทางโลกและทางธรรม หากท่านทั้งหลายจะแก้วิกฤตนี้ คนดีอย่างกลัว และ อย่าปล่อยคนชั่วให้ลอยนวล
พระเทพปฏิภาณวาที
“เจ้าคุณพิพิธ”

แชร์ :
เขียนความคิดเห็น