ตอนที่ 325 : มากอะไรไม่เท่ามากปากบอน

         “มากอะไรไม่เท่ามากปากบอน” ที่อาตมากล่าวเช่นนี้เพราะเหตุว่ามีเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ร้าวฉานทางสังคม และทางสื่อออนไลน์ บางกรณีมีคนแสดงความคิดเห็น แต่ไม่เคยไปรู้เห็น คือไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงเลย ในบางกรณีมีคนรู้เห็น แต่ไม่มีความคิดเห็น คือเงียบเลย 

         ดังนั้นสังคมบ้านเราจึงเป็นสังคมข่าวลือ การที่ประเทศชาติตกอยู่ในสภาวะข่าวลือ และปลูกฝังเป็นอุปนิสัย มันเป็นเรื่องอันตรายและเป็นเรื่องแปลก

         คนไม่ชอบนินทา แต่คนมักจะเชื่อคำนินทา นี่เป็นเรื่องแปลกที่สุด

         คนทุกคนไม่ชอบให้ใครติฉินนินทาตนเอง แต่ว่าเวลามีใครติฉินนินทาผู้อื่น คนเราชอบผสมโรง

         คนทุกคนไม่ชอบถูกหนังสือสนเท่ห์ แต่เวลามีใครโดนหนังสือสนเท่ห์กล่าวหา คนชอบเชื่อในทุกวงการเลย

         เพราะฉะนั้นเมื่อมีใครถามอาตมาว่า “ในสังคมนี้เกลียดอะไรที่สุด ?”

         อาตมาตอบได้ทันทีเลยว่า “เกลียดคนนินทามากที่สุด เกลียดคนทำหนังสือสนเท่ห์มากที่สุด” คนพวกนี้เป็นคนใจทรามจริง ๆ ถือว่าเป็นคนใจทรามจริง ๆ เป็นผู้ชายก็เป็นพวกหน้าตัวเมีย ถ้าเป็นผู้หญิงก็แสดงว่า เป็นผู้หญิงที่ใช้ไม่ได้ ไม่ใช่สุภาพสตรี แต่เป็นประเภทกักขฬะหยาบคาย

         ในทุก ๆ วงการที่มีการเลื่อนขั้นชั้นตำแหน่ง มักจะมีคนมือบอนปากบอน คือปากคน บางทีก็ปากตัวก็บอน ปากกาก็บอน มีการใส่ร้ายป้ายสี โจมตีผู้อื่น มันเจ็บนะ วันไหนไม่โดนกับตัวเองไม่รู้สึกหรอก แล้วคนพวกนี้ไม่มีความเจริญในคุณธรรม เพราะ ใจมันทราม ใจมันโทรม ใจมันเสื่อม จากคุณธรรมเสียแล้ว แต่คนพวกนี้มักจะมองเห็นคนอื่นว่าเป็นคนเลวเสมอไป และนอกจากนั้นแล้วก็ยังมีวิธีการที่จะเผยแพร่ความปากมากปากบอนของตนเอง ทั้งด้วยปากของตน ปากของตนก็ใช้นินทา ปากกาและมือก็ใช้เขียนใส่ร้ายป้ายสีไปตามช่องทางต่าง ๆ 

         แต่การใส่ร้ายผู้อื่นนี้มีโทษนักหนา ท่านทั้งหลายอย่าลืมนะว่า “ถ้าคนในสังคมเขาเป็นคนดี แต่ถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยความไม่เป็นธรรมนี้ ใครมันอยากจะทำความดี” แล้วท่านนึกหรือว่าท่านได้ประโยชน์แค่เงินแค่ขั้นสองขั้นเท่านั้น ได้ประโยชน์นิด ๆ หน่อย ๆ เพียงเจ็ดวัน สิบวันเท่านั้น จะชื่นใจเพียงเจ็ดวันสิบวันเท่านั้น แต่ลูกเต้าเหล่าหลานมันเกิดขึ้นในภายหลัง มันจะได้รับผลอันเป็นโทษจากการที่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ประพฤติผิดเช่นนี้มาอย่างไรบ้าง

         ปัจจุบันนี้ไม่ว่าสังคมข้าราชการ สังคมที่ทำงาน สังคมของคณะสงฆ์ ถูกนินทาว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี แล้วก็มานั่งพร่ำพรรณนาว่า...

         “สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น”

         “อะเวรา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนกันและกันเลย อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย จงบริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยด้วยกันทั้งสิ้นเถิด”

         คนพวกนี้โกหกทั้งนั้น อาตมาเตือนไว้อย่างหนึ่ง “ใส่ร้ายเขาวันนี้ไม่เป็นไร ระวังนะ  ลูก ผัว เมีย พ่อ แม่ พี่ น้อง รวมทั้งกับตัวเอง จะวิบัติขัดสนโดยหาสาเหตุไม่ได้” นั่นแหละคือจุดที่แก้ไขยากที่สุดในสังคม

 

                              พระเทพปฏิภาณวาที

                                   “เจ้าคุณพิพิธ”    


อ่าน : 0

แชร์ :


เขียนความคิดเห็น