ตอนที่ 317 : หนักอะไรไม่เท่าหนักขันธ์ ๕

ท่านทั้งหลายสังเกตดูเถอะ อะไรที่ว่าหนัก แบกหิน แบกทราย แบกกรวด ทำงานหนักสารพัด ความจริงงานไม่หนักหรอก เพราะสิ่งที่แบกเหล่านั้นหนักเพื่ออะไร ? หนักเพื่อขันธ์ ๕ ของเรานี่แหละ

การที่เราทำงานว่าหนักหนาระอาใจนั้น เราหนักเพื่อขันธ์ ๕ ของเรา เพราะเราต้องการเงินทองมาหล่อเลี้ยงชีวิตเรา หล่อเลี้ยงกายกับใจ แต่ที่เป็นขันธ์ ๕ เรียกว่าเป็น ๕ กอง ด้วยกัน คือ

         รูป     คือ  รูปขันธ์

         เวทนา คือ  จิตที่รับรู้อารมณ์ เป็นสุข เป็นทุกข์ ไม่สุข ไม่ทุกข์

         สัญญา คือ  ความจำ

         สังขาร คือ  การปรุงแต่ง

         วิญญาณ  คือ ตัวรู้

๕ กองนี้ เรียกว่า ขันธ์ ๕ มีบทพระบาลีว่า “ภาราหะเว ปัญจักขันธา ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นของหนักเน้อ... !

ท่านอุทานว่า หนักเน้อ นี้มันหนักจริง ๆ แต่มันไม่ใช่ขันธ์เดียว มันหลายขันธ์ เราก็ ๕ ขันธ์ พ่อก็ ๕ ขันธ์ แม่ก็ ๕ ขันธ์ สามีก็ ๕ ขันธ์ ภรรยาก็ ๕ ขันธ์ ลูกก็ ๕ ขันธ์ และไม่ใช่ลูกคนเดียวนะ ไหนจะลูกตัว ลูกน้อง ลูกศิษย์ ลูกสัตว์ มันมากมายไปหมด ซึ่งมีความหนักหนาเหลือเกิน

ในความหนักทั้งหมดนี้ก็คือ หนักขันธ์ ๕ นั่นเอง สิ่งที่เราทำงานหนัก ๆ นั้นก็เพื่อบำรุงปรุงแต่งขันธ์ ๕ แต่ว่าขันธ์ ๕ นี้ ท่านทั้งหลายอย่าไปท้อใจ ขันธ์ ๕ ไม่ใช่ขันข้าว แต่ก็ต้องอาศัยขันข้าวในการดำรงชีวิตในการกินอยู่ อย่าไปท้อใจ นอกจากจะอย่าท้อใจแล้วก็ อย่าไปยึดติด เราต้องพิจารณาในเรื่องของขันธ์ ๕ ให้เป็นไปตามกฎของไตรลักษณ์ ไม่มีใครอยู่ยั่งยืนหมื่นปี บางคนตายไปแล้ว ศพถูกนำไปใส่โลงไว้อย่างดีแล้วเอาไปฝัง กลัวขันธ์ ๕ สลายหายไป กลัวหนอนกิน กลัวน้ำจะพัดจะพัง แม้กระทั่งเกิดการฝังศพแบบมัมมี่ แต่สิ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ความจริง ๔ ขันธ์มันหายไปแล้ว คือจิตมันไปแล้ว จิตอันประกอบด้วยเวทนา รับรู้อารมณ์ สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้งหมดนี้มันไปแล้ว คือ รับ จำ คิด รู้ มันไปแล้วเหลือแต่ซากคือรูปขันธ์เท่านั้น

ดังนั้นในการเกิดมาเป็นคน ถ้าเราจะทำให้ขันธ์ ๕ ไม่หนัก มีวิธี ๒ ประการ

    ประการที่ ๑ สันโดษ คือ ยินดีตามมีตามได้ เรียกว่า สันโดษ 

    ประการที่ ๒ ขันธ์ ๕ จะไม่หนักเลย จะรู้สึกเบาสบาย ถ้าเรายึดหลักไตรลักษณ์ คือ 

         อนิจจัง - ทุกอย่างไม่เที่ยง

         ทุกขัง  - ทุกอย่างไม่ยั่งยืน

         อนัตตา - ไม่ใช่ของเรา

การดำรงชีวิตอยู่อย่างคนหนุ่มสาว มีเหย้ามีเรือนจะไม่หนักเลย ไม่หนักใจตนเองและไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น ถ้าเรารู้จักหลักสันโดษ คือ พอใจตามมี ยินดีตามได้ เท่าไรเท่านั้น ไม่ใช่เท่าไรเท่ากัน และสุดท้ายแล้วทุกคนต้องจากโลกนี้ไป ถ้ายึดหลักของไตรลักษณ์

         อนิจจัง - ไม่เที่ยง

         ทุกขัง  - สุขทุกข์ในสภาพไม่ยั่งยืนถาวร

         อนัตตา – ไม่ใช่ของเรา

   ขันธ์ ๕ นี้จะไม่หนักเลย ไม่หนักทั้งตนเองและไม่หนักสำหรับผู้อื่น

การที่เราเกิดมาเป็นคนนั้น อย่าไปท้อใจ อย่าไปทุกข์ใจ และอย่าไปยึดติดกับมัน ค่อย ๆ เพียรพยายามกระทำไปเถิด ตรงนั้นนั่นแหละจะทำให้เรารู้สึกว่า อยู่อย่างไม่เฉาและมีความเบาสบาย เพราะเรารู้จักหลักของ สันโดษ และ ไตรลักษณ์

 

                          พระเทพปฏิภาณวาที

                              “เจ้าคุณพิพิธ”


อ่าน : 0

แชร์ :


เขียนความคิดเห็น