ราคารวม : ฿ 0.00
วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันพระตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ได้จัดเตรียมภัตตาหารเพล (ข้าวผัดกุ้ง, ข้าวน้ำพริกปลาทู, น่องไก่ย่าง, ส้มสายน้ำผึ้ง และนมถั่วเหลือง) 2 ชุด ถวายพระสงฆ์วัดเสมียนนารี เสร็จพิธีแล้ว กลับเข้าบ้าน จัดดูแท่นพระมหามุนี รัตนโคดม ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม
วันนี้ฝนตกห่าใหญ่จึงไม่ต้องเติมน้ำให้เต็มบ่อ ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืององค์ท้าวเวสสุวรรณ เริ่มต้นสวดบชาพระรัตนตรัย สวดชัยมงคลคาถา ชินบัญชร และบูชาท้าวเวสสุวรรณ 9 จบ ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืองหลวงปู่วัดปากน้ำ ที่ตู้บูชาและ พระพุทธปาฏิหารย์ พระเจ้าเจ็ดตื้อ ที่ตู้บูชาห้องด้านหลังบ้าน ขออัญเชิญบุญเก่าที่สร้างแต่ปางก่อน ดลบันดาลให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง พบความรุ่งเรือง ความมั่งมี และขอให้บุญนี้ส่งต่อถึงผู้มีเมตตาทั้งหลาย

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 มีการประชุมของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ครั้งที่ 11/2569 เวลา 14. 00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 331 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา พิจารณาความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ
ที่สำคัญคือ กำหนดการเดินทางไปศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชี้แจงโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง/ชุมพร ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 และพิจารณาความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ

วันที่ 9 พฤษภาคม จัดเตรียมภัตตาหารเพล (ข้าวผัดกุ้ง, สุกี้กุ้ง, ส้มไต้หวัน และนมถั่วเหลือง) 3 ชุด ถวายพระสงฆ์วัดเสมียนนารี เมื่อกลับเข้าบ้านแล้วจึงเปลี่ยนแก้วน้ำหน้าองค์พระมหามุนีรัตนโคดม ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม น้ำเต็มทั้งในบ่อน้ำและอ่างบัว องค์พระพุทธปาฏิหารย์ ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืององค์หลวงพ่อฤาษีที่โต๊ะหมู่ และหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ตู้บูชา
ขออัญเชิญบุญเก่าทั้งหลายที่ได้สร้างมาแต่ปางก่อน ให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง พบความรุ่งเรือง ความมั่งมี และขอให้บุญนี้ส่งต่อไปยังผู้มีเมตตาทั้งหลาย เทอญ

วันที่ 11 พฤษภาคม คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ ได้เข้าร่วมประชุมกับสมาคมธนาคารของรัฐ โดยมีคุณ ฉัตรชัย ศิริไล นายกสมาคม และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ณ ห้องประชุมชั้น 24 ธกส. เพื่อรับฟังการดำเนินงานของธนาคารของรัฐในการช่วยแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ปิดประชุมเวลา 11:00 น. มส. สั่งจัดระเบียบ "บัญชีเงินฝากวัด" ทั่วประเทศ เข้มงวดการเบิกจ่าย-ห้ามลงทุนธุรกิจ
จากกระแสการแชร์เอกสารมติมหาเถรสมาคม 4 หน้ากระดาษ เรื่อง "แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด" พบว่ามีข้อกำหนดที่น่าสนใจ และส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเงินของวัดทั่วประเทศ โดยสรุปดังนี้
1. ชื่อบัญชีต้องชัดเจน "ห้ามมีชื่อบุคคล"
การเปิดบัญชีธนาคารในนามวัด ต้องใช้ชื่อว่า "เงินของวัด..." หรือ "วัด..." เท่านั้น ห้าม ไม่ให้ระบุว่า "โดย..." หรือ "เพื่อ..." ตามด้วยชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งต่อท้ายชื่อวัด เพื่อป้องกันการสับสนระหว่างทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์สินของศาสนา
2. กฎเหล็กการเบิกถอน "2 ใน 3"
มติ มส. กำหนดให้การเบิกจ่ายเงินจากบัญชีวัด ต้องมีผู้ลงนามอย่างน้อย 3 รูป/คน ประกอบด้วย:
• เจ้าอาวาส
• ไวยาวัจกร
• บุคคลที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร
การสั่งจ่ายเงินต้องใช้ลายเซ็น 2 ใน 3 คน และ "ต้องมีเจ้าอาวาสลงนามด้วยทุกครั้ง" จึงจะสามารถถอนเงินได้
3. รายงานบัญชีทุกปี สิ้นสุด 20 มกราคม
วัดทุกแห่งมีหน้าที่จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และสรุปยอดเงินคงเหลือ (รวมทั้งเงินสดและเงินฝาก) เป็นประจำทุกเดือน และต้องรวบรวมส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป เพื่อการตรวจสอบที่โปร่งใส
4. ห้ามนำเงินวัดไป "ปั่นกำไร"
ระเบียบระบุชัดเจนว่า วัดควรฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินที่มั่นคงและอยู่ในกำกับของรัฐ ห้ามนำเงินวัดไปลงทุนในกองทุนหรือธุรกิจใดๆ ที่มุ่งหวังรายได้หรือผลประโยชน์ส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของวัดโดยตรง
5. บทลงโทษหากละเลย
หากเจ้าอาวาสไม่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว หรือจงใจละเลยการจัดทำบัญชี ถือว่ามีความผิดฐาน "ละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ" ซึ่งมีโทษตามวินัยสงฆ์ตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือนไปจนถึงการปลดออกจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าตรวจสอบหากพบความไม่โปร่งใส เพื่อให้ศาสนสมบัติของวัดถูกใช้ไปเพื่อกิจการพระศาสนาอย่างแท้จริง
การที่เอกสารนี้ถูกแชร์อย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของสังคมที่ต้องการเห็นการบริหารจัดการวัดในยุคดิจิทัลมีความเป็นมืออาชีพและตรวจสอบได้ เช่นเดียวกับการสนับสนุนให้วัดใช้ระบบ e-Donation เพื่อให้ข้อมูลการบริจาคเชื่อมโยงกับระบบภาษีอย่างถูกต้อง
มตินี้คือความพยายามปรับปรุงองค์กรสงฆ์ให้เข้ากับโลกยุคใหม่ แม้ช่วงแรกอาจจะเกิดความขลุกขลักในการปรับตัว แต่ในระยะยาวจะช่วยลดคดีความเกี่ยวกับเงินวัดและเรียกศรัทธากลับมาได้มากเลยทีเดียว
#บัญชีรายรับรายจ่าย #การเปิดบัญชีธนาคารวัด #eDonation #บริจาคออนไลน์ #จริยาพระสังฆาธิการ #กฎหมายสงฆ์ #การเบิกจ่ายเงินวัด #ห้ามวัดลงทุน
ระเบียบนี้บังคับเฉพาะบ/ชวัด แต่วัดที่มีเงินผ่านบ/ชมากๆ หรือต้องการจะไม่ให้ตรวจสอบภายใต้ระเบียบนี้ได้ จะตั้งเป็น “มูลนิธิ” ซึ่งจดทะเบียนได้ง่าย กว่า เพราะ
1. ไม่ต้องมีเจ้าอาวาส ไวยาวัจกร และกรรมการวัด ซึ่งอยู่ในบังคับของ
เจ้าคณะปกครอง เป็นผู้กำกับดูแล ตั้งแต่แต่งตั้ง ถอดถอน
2. การจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ทำได้ง่าย มีสำนักมูลนิธิและสมาคม กรมการปกครอง กำกับดูแล และ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนมูลนิธิ เป็นนายทะเบียน ไม่อยู่ในกำกับของเจ้าคณะปกครองสงฆ์ จะตั้งใครมาเป็นประธานและกรรมการมูลนิธิ ก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าคณะปกครอง
3. เมื่อจัดตั้งมูลนิธิแล้ว ก็สามารถเปิดบ/ช ธนาคารได้ ธุรกรรมทางการเงินไม่ต้องผ่านบ/ชวัด แล้วเจ้าคณะปกครองจะกำกับดูแลอย่างไร
4. ปัญหาที่เกิดกับเงินวัด จึงมักเกิดที่บังคับ บ/ช มูลนิธิ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ให้เงินผ่านบ/ช วัด



วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีนัดการประชุมของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ครั้งที่ 12/2569 เวลา 14. 00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 331 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา พิจารณาศึกษานโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Land Bridge)
ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยะยาว โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยโครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท จะมีกลุ่มบริษัทเดินเรือมาใช้มากน้อยเพียงใดในเมื่อการขนถ่ายขึ้นจากเรือเมื่อถึงท่าและส่งลงเรือเมื่อส่งขึ้นจากท่าอีกครั้ง เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ใช้จึงอาจจะไม่เร็วกว่าเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกาหรือเส้นทางขนส่งระหว่างทะเลอันดามันไปอ่าวไทยของมาเลย์เซียซึ่งสร้างเสร็จแล้วด้วย
นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้ให้หน่วยงานที่ศึกษาโครงการนี้พิจารณาทางเลือกการขนส่งเส้นทางบกเส้นทางอื่นอีกด้วย เมื่อพิจารณาจากโครงการขนาดใหญ่ที่มีแผนจะสร้างแต่ยังเป็นเพียงในกระดาษเท่านั้นด้วย
ปิดประชุมเวลา 16:00 น.


วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นัดการประชุมของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ครั้งที่ 13/2569 เวลา 14:00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 331 ชั่น 3 อาคารรัฐสภา พิจารณาศึกษามาตราการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงานภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค)
โดยในวันเดียวกันนี้ ครม.อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”วงเงิน 1.76 แสนล้านบาท มาตราการช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ ดูแลกลุ่มเปราะบาง 13.2 ล้านคน โดยเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,000 บาทต่อเดือนช่วยเหลือชนชั้นกลาง 30 ล้านคน ผ่านโครงการร่วมจ่าย(รัฐช่วย 60%) เป็นเวลา 4 เดือน และสนับสนุนร้านค้ารายย่อย และพิจารณารายงานการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น กรณีขอให้ตรวจสอบการทำงานของสำนักงานคณะกรรมาธิการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ) และตัวแทนประกันภัย
ปิดประชุมเวลา 16:00 น.

วันที่ 20 พฤษภาคม ได้เข้าไปนมัสการพระราชวชิรโกศล (เจ้าคุณภา) เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง แล้วจึงออกมากราบพระพุทธทศพลญาณ (หลวงพ่อโต) พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย เดิมเป็นพระประธานวัดสามจีนใต้ (ชื่อเดิมของวัดไตรมิตรวิทยาราม) ก่อนกลับฝากหนังสือกับคุณบุญธง ถวายพระอุดมวชิรโมลี (เจ้าคุณอุดม) เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

วันที่ 21 พฤษภาคม ช่วงเช้าเดินทางไปที่ โรงเรียนวินิตศึกษา อ.เมือง ลพบุรี ที่ได้นัดท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวินิตศึกษา นับเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มากเปิดสอนตั้งแต่ชั้นป.1-ม.6 (กำลังจะเปิดชั้นอนุบาลอีกด้วย) นับเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีนักเรียนกว่า 5,000 คน
การติดตั้งโซล่าร์รูฟสำหรับขนาด 1,000 Kw. จึงคุ้มค่าเพราะจะใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น จากที่โรงเรียนจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละ 1,000,000 บาท เหลือจ่ายให้การไฟฟ้าเดือนละ 200,000 บาทเท่านั้น ถ้าหากวัดใหญ่ๆ จะเปลี่ยนผ่านใช้โซล่ารฺ์รูฟจะประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างมากทีเดียว

เย็นวันที่ 21 พฤษภาคม ก่อนออกไปงานเลี้ยง นำพวงมาลัยมะลิถวายหลวงพ่อฤาษี บนโต๊ะหมู่ ตรงไปภัตตาคารปักกิ่ง ซานตง ถนนรัชดาภิเษก คุณวรัญญู โค้วรัชตะธนากร นายกสมาคมชาวเกษตรกรไทย เลี้ยงต้อนรับอาจารย์ของท่านสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย National Taiwan U. และคณะประกอบด้วย หมอ Stevens นายกสมาคมสังคมสงเคราะห์ไต้หวัน และครอบครัว และมีนายกสมาคมทหารผ่านศึกแห่งประเทศไทย เลขานุการสมาคม และคณะกรรมการสมาคม มาร่วมรับเลี้ยงด้วย
อาหารปักกิ่งไม่มีเฉพาะเป็ดปักกิ่งเท่านั้น ยังมีอาหารหลากหลาย เป็ดทอดเป็นตัวสับมาได้ตัวละ 5-6 ชิ้น แปลกไปจากเป็ดปักกิ่งที่อื่นๆ มีทั้งหมด 11 รายการ ขอบคุณท่านเจ้าภาพสำหรับทุกมื้อที่แสนอร่อย แยกย้ายเวลา 21:00 น.


วันที่ 24 พฤษภาคม เป็นวันพระตรงกับขึ้น 8 ค่ำเดือน 7 ได้จัดเตรียมภัตตาหารเพล (ข้าวผัดอเมริกัน, ข้าวหมกไก่, ปีกไก่ย่าง, ส้มแมนดาริน และนมถั่วเหลือง) 3 ชุด ถวายพระภิกษุวัดเสมียนนารี เมื่อกลับเข้าบ้านแล้ว จัดน้ำใส่แก้วที่แท่นบูชาพระมหามุนี รัตนโคดม และถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืองถวายองค์พรโพธิสัตว์กวนอิม ถวายหลวงพ่อฤาษี ที่โต๊ะหมู่ หลวงปู่วัดปากน้ำที่ตู้บูชา และพระพุทธปาฏิหารย์ ตู้บูชาห้องด้านหลัง
ข้าพเจ้าขออัญเชิญพลังบุญเก่า ที่สร้างมาแต่ปางก่อน ให้ข้าพเจ้าพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง พบความรุ่งเรือง ความมั่งมี และขอให้บุญนี้ส่งต่อไปยังผู้มีเมตตาทั้งหลาย

วันที่ 27 พฤษภาคม ถวายพวงมาลัยมะลิ และเก็บมะลิหอมต้นที่บ้าน บูชาพระบรมพุทธเจ้า และหลวงพ่อฤาษี ที่โต๊ะหมู่ให้โครงการเกี่ยวกับคณะสงฆ์ให้สำเร็จสมตั้งใจ และได้กระเช้าผลไม้ต่างประเทศ (ทั้งแอปเปิ้ล ส้มและองุ่น) เข้าไปมุฑิตา เจ้าคุณโชคดี ที่ได้เห็นความก้าวหน้าในสมณศักดิ์ ตั้งแต่ครั้งเป็นที่ พระครูวศินปริยัตยากร และเป็นที่พระปริยัติวัชราทร เมื่อกรกฏาคม 2567
และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่ พระราชวชิราทร เจ้าอาวาทวัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน เนื่องจากไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่เช้า พระครูปลัดชิ้งจึงรับถวายสังฆทานไว้แทนท่านเจ้าคุณโชคดี

วันที่ 31 พฤษภาคม เป็นวันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น15 ค่ำเดือน 6 โดยเมื่อปีที่แล้ววันวิสาขบูชาเป็นวันที่ 11 พฤษภาคม
เริ่มต้นวันวิสาขบูชา ตั้งแต่เช้า จัดแก้วน้ำถวายบนแท่นบูชาพระมหามุนี รัตนโคดม เก็บดอกมะลิที่ปลูกที่บ้านบูชาองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์พระบรมพุทธเจ้าที่โต๊ะหมู่ หลวงปู่วัดปากน้ำที่ตู้บูชา และพวงมาลัยดอกมะลิถวายพระพุทธปาฏิหารย์ที่ตู้บูชาห้องหลังบ้าน

เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเลื่อนสมณศักดิ์ พระปริยัติวัชราทร เป็นที่ พระราขวชิราทร ได้เดินทางกลับจากปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่เช้า เมื่อเสร็จจากไหว้พระที่บ้านแล้ว จึงเข้าไปมุฑิตาท่านเจ้าคุณโชคดีที่วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน ท่านเจ้าคุณบอกว่า พระครูปลัดชิ้ง นำแอปเปิ้ล ส้มและองุ่นที่นำมาถวายไว้ ใส่ตู้เย็นไว้ให้แล้ว
วันนี้จึงได้ถวายสังฆทานเป็นอาหารแห้ง 9 ชุด นอกเหนือจากที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปปฏิบัติ คือ เข้าวัดปฏิบัติธรรม ถวายภัตตาหาร ปัจจัยไทยธรรม แก่พระสงฆ์ ขอให้บุญนี้ส่งต่อไปยังผู้มีเมตตาทั้งหลาย สาธุ

Admin Columns: supranee mukjun
แชร์ :
เขียนความคิดเห็น