ตอนที่ 13 : เดือนแรกปี 2569

บันทึกการเดินทาง เดือนแรกปี 2569

มกราคม 2569

By: รณยุทธ์ จิตรดอน

     เช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 ได้ไปถวายข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืชแด่พระสงฆ์วัดเสมียนนารี และมอบปัจจัยเจ้าหน้าที่วัด และเมื่อกลับเข้าบ้านแล้วถวายพวงมาลัยดอกมะลิ หลวงปู่สดที่โต๊ะหมู่ และพระป่าปางเลไลยก์ (พระประจำวันเกิด) ที่ตู้บูชา เพื่อเป็นสิริมงคลวันเริ่มต้นปีใหม่  

     วันที่ 3 มกราคม เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำเดือน 2 ในระหว่างเดินทางไปภัตตาคาร South Sea สุขุมวิท 50 แวะมอบเงินรางวัลให้จิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกจราจรในซอยบ้านพัก เมื่อถึงร้านจึงได้มอบพระนางพญาให้พล.ต.หญิง ศรีกันยา ทองใบใหญ่ ญาติทางบิดาทำธุรกิจขั้นเศรษฐี เป็นเจ้าของคอนโด LACITTA DELRE ซอยทองหล่อ 16 และยังเป็นเจ้าของโรงแรม Best Western ภูเก็ตอีกด้วย

     เสร็จธุระแล้วได้จัดภัตตาหารเพล(ข้าวหมกไก่, ไก่ทอด, ส้มสายน้ำผึ้ง และนมถั่วเหลือง) 3 ชุด ถวายพระสงฆ์วัดเสมียนนารี เมื่อเข้าบ้านแล้วจุดธูป 9 ดอก และจัดพวงมาลัยดอกกุหลาบ ถวายพระมหารัตนมุนี รัตนโคดม และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ลานบ้าน ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่โต๊ะหมู่ และพวงมาลัยถวายหลวงปู่สด  

     ก่อนกลับบ้านทานข้าวกลางวัน แวะสวัสดีปีใหม่คุณป้อม(สุขภาพไม่ดีจึงให้บุตรสาวมารับกระเช้าแทน) ผู้เป็นที่ปรึกษากว่า 20 ปี เช่นทุกปีที่ผ่านมา ท่านสุดท้ายที่ปลุกปั้นให้ได้เจริญทั้งคุณวุฒิและ ความก้าวหน้าในวิชาชีพ ได้ไปกราบขอพรปีใหม่ท่านศ.ดร.อภิชัย พันธเสน ที่บ้านพัก การระลึกถึงผู้มีพระคุณเสมอมา เป็นพรที่คอยส่งผลให้สมปรารถนาดังใจหวัง

     วันที่ 5 มกราคม แวะมาธุระที่เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คุณจักพงษ์และคุณภัคนันท์ แวะเข้ามาสวัสดีปีใหม่ และร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยที่ เค พี สเต็ก ถนนธนะรัชต์ ขอให้งานการเจริญรุ่งเรือง สมความปรารถนานะครับ

     วันที่ 6 มกราคม ยังคงอยู่ที่ปากช่อง/เขาใหญ่ เข้าไปถวายปัจจัยร่วมบุญพระปลัดธนวัํธน์ เจ้าอาวาสวัดหนองแก เจ้าคณะตำบลวังไทร อ.ปากช่อง นครราชสีมา ท่านจะมอบทุนการศึกษานักเรียนในพื้นที่ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคลครบ 55 ปี 15 พรรษา ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569  

     วันนี้ที่ 9 มกราคมได้ร่วมทำบุญกับพระปลัดธนวัธน์ (พระต้น) เจ้าอาวาสวัดหนองแก เจ้าคณะตำบลวังไทร อ.ปากช่อง เนื่องในวันเกิดอายุครบ 55 ปี 15 พรรษา และวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยได้เงินร่วมทำบุญทั้งหมด 31,500 บาท (ผู้ร่วมทำบุญ 15 ท่าน) และ พระต้นร่วมสมทบ 5,000 บาท รวม 36,500 บาท

1. มอบให้โรงเรียนนิคมสร้างตนเองลำตะคอง 2 (บ้านหนองแก) 25,000 บาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน 50 คน

2. ถวายวัดหนองแก เพื่อเป็นค่าไฟวัด 5,000 บาท

3. ถวายเพล และจตุปัจจัยพระ เณร ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เป็นเงิน 6,500 บาท  

     พระต้นขอให้ผลบุญที่ทุกท่านร่วมทำบุญมาในครั้งนี้ จงส่งผลให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุข ร่างกายแข็ง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และขอบคุณที่คอยสนับสนุนพระต้นเป็นอย่างดีในทุกกิจกรรม

     วันที่ 11 มกราคม เป็นวันพระแรม 8 ค่ำเดือน 2  จัดเตรียมภัตตาคารเพล (ข้าวหมูอบ, ข้าวกระเพราไก่, กุ้งอบวุ้นเส้น, น่องไก่ทอด, ส้มสายน้ำผึ้ง และนมถั่วเหลือง) 3 ชุด ถวายพระสงฆ์วัดเสมียนนารี เติมน้ำมันตะเกียงเทพนักษัตรปีเกิด และพระประจำวันเกิด เมื่อกลับเข้าบ้านแล้ว จัดพวงมาลัยดอกดาวเรืองประดิษฐ์ถวายพระมหามุนี รัตนโคดม องค์พระโพธสัตว์กวนอิม องค์หลวงพ่อฤาษี(พระราขพรหมยาน) และไหว้พระประจำวันเกิดที่ตู้บูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ชีวิตรุ่งโรจน์ โชติช่วง ปัญหาอุปสรรคต่างๆมลายหายไป นำมาซึ่งแสงสว่างในชีวิต

     วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 มีการประชุมของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา ครั้งที่ 1/2569 เวลา 10.30 น.ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 330 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา  

     มีผู้ประกอบการนำข้อจำกัดการเข้าถึงมาตราการสินเชื่อเพื่อรักษาการจ้างงานเข้าหารือ ซึ่งคณะกรรมาธิการมอบให้คณะอนุกรรมาธิการด้านการเงินพิจารณา

     สำหรับคณะอนุกรรมาการการคลังได้รายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง“แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย” เสร็จแล้ว เนื่องจากความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 16 ของ GDP ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD และ เอเซียแปซิฟิค ทำให้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และคนไทยที่คนทำงานมากกว่า 36 ล้านคน แต่มีคนที่ไม่เสียภาษี สูงสุดในเอเซียราว 46.5 % ของ GDP ทำให้ประเทศขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ยร้อยละ 4 ของ GDP

     เป้าหมายการปรับโครงสร้างภาษี ทั้งขยายฐานภาษีโดยการสร้างแรงจูงใจให้ผู้มีรายได้ทุกคนเข้าสู่ระบบและยื่นแบบเสียภาษี เพิ่มประสิธิภาพการจัดเก็บภาษีและขยายฐานภาษี รวมถึงการจัดสรรงบประมาณอย่างคุ้มค่า ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI  

     ข้อเสนอจัดเก็บภาษีจากฐานรายได้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ข้อเสนอแนะภาษีจากฐานการบริโภค การปรับเพิ่ม VAT อย่างค่อยเป็นค่อยไป

     ภาษีธุรกิจเฉพาะ จัดเก็บภาษีขายหุ้น ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ภาษีเพื่อสุขภาพ ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีศุลกากร อากรแสตมป์ ข้อเสนอแนะจัดเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สิน ภาษีมรดก และควรสนับสนุนร่างพรบ.ทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล พศ. เพื่อให้การจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพ

     สำหรับข้อเสนอแนะภาษีกับบทบาทการพัฒนาท้องถิ่น และให้อปท.มีบทบาทในการหารายได้ภาษีด้วยตนเอง เช่น การจัดเก็บภาษีใหม่  

     ประมาณการผลจัดเก็บภาษีใหม่/ปรับอัตราภาษี

     ประมาณการผลการจัดเก็บรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปี 2569 อยู่ที่ 451,200 ลบ. และ 851,700 ลบ.ตามลำดับ

     ประมาณการการจัดเก็บภาษีขายหุ้นใหม่ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 16,000-18,000 ลบ.

การจัดเก็บภาษีจากการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 28,000 ลบ.ต่อปี

     สำหรับ“โรดแมปเซมิคอนดัคเตอร์แห่งชาติ 2050” เป็นยุทธศาสตร์ที่ประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปลายปี 2568 ต่อเนื่อง ปี 2569 สำหรับโครงการขนาดใหญ่ 80 โครงการ โดยมี บีโอไอ ประสานหน่วยงานแก้ไขปัญหา/อุปสรรคต่างๆทำให้มีเงินลงทุนเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ 480,000 ลบ. ทั้งนี้มีเป้าหมายเปลี่ยนโฉมประเทศจาก“รับจ้างประกอบ” เป็น “เจ้าของเทคโนโลยี” และให้แนวคิด “ชิป เมดอินไทยแลนด์”

ปิดประชุมเวลา 13:00 น.

     จากที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบ มาตราการเร่งรัดการลงทุนและส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคตผ่านเปลี่ยนไปสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล และ AI อุตสาหกรรม“เซมิคอนดัคเตอร์” สำหรับไทยได้มีการผลิตกับร่าง “โรดแมปเซมิคอนดัคเตอร์แห่งชาติ 2050” ได้พิจารณา “ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ” เพื่อให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ของไทยแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียตนามและมาเลย์เซีย ได้

     เป้าหมายใน 5 กลุ่ม ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีศักยภาพสูง ได้แก่ ชิปประเภทPower, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete เนื่องจากเป็นชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมสำคัญของไทย อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีAI ระบบออโตเมชั่น และการแพทย์ มีมาตราการเร่งรัดการลงทุน และส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต โดยมอบหมายให้ บีโอไอ ขับเคลื่อนและดำเนินการ 3 มาตราการ ได้แก่

1.มาตรการ Thailand Fast Pass และการแก้ไขปัญหา/อุปสรรค เพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการลงทุนสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานสะอาดและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

2.มาตรการสร้างบุคคลากรทักษะสูง สำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Upskill & Reskill) จำนวน 100,000 คน

3.มาตรการสนับสนุน ผู้ประการไทยเพื่อ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมาตราการที่ 2 และ 3 จะใช้เงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ในวงเงินประมาณ 5,000 ลบ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยเร็ว และวางรากฐานการเติบโตในระยะต่อไป โดยได้มอบหมาย บีโอไอ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน(กกร.) ดำเนินการขับเคลื่อน

     เพื่อให้โครงการต่างๆสามารถเดินหน้าลงทุนตามแผนโดยเร็ว และจะนำกลไก Thailand Fast Pass  มาใช้เร่งรัดต่อไป

ทั้งนี้โครงการขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของ บีโอไอ ในการเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจำนวน 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1.โครงกาคขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติในช่วงปี 2566-2567 แต่ยังติดปัญหาไม่สามารถเร่่งดำเนินการได้65โครงการ มูลค่าลงทุน 271,738 ลบ มีโครงการบางส่วนสามารถเริ่มลงทุน จริงหรือ มีแผนเริ่มลงทุนที่ชัดเจนแล้ว 40 โครงการมูลค่า 148,543 ลบ โดยยังเหลือโครงการที่ติดปัญหา/อุปสรรคต่างๆ เช่นด้านระบบส่งไฟฟ้า และพลังงานสะอาด ด้านการจัดหาพื้นที่ และใบอนุมัติ/อนุญาตต่างๆจำนวน 25 โครงการ มูลค่า123,195 ลบ

2.โครงการขนาดใหญ่ที่ เมื่อได้รับอนุมัติ ในปี 2568 ที่ประสบปัญหาคล้ายกันและจะนำมาแก้ไขในคราวเดียวกันอีก 15 โครงการ มูลค่า 216,742 ลบ โดย บีโอไอ จะติดตามและเร่งรัดให้โครงการทั้งหมดเดินหน้าได้ เพื่อช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนจริง และการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 รวมถึงผลักดันการเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2569

     สรุป “โรดแมปเซมิคอนดัคเตอร๋แห่งขาติ 2050” เป็นยุทธศาสตร์ 25 ปี เป้าหมายเปลี่ยนโฉมไทยจาำ “ผู้รับจ้างประกอบ” สู่การเป็น “เจ้าของเทคโนโลยี” และให้แนวคิด “ชิป เมดอินไทยแลนด์” https://www.bangkokbiznews.com/economics/1215757?anf=#  

     วันที่ 18 มกราคมเป็นวันพระแรม 15 ค่ำเดือน 2 เตรียมจัดภัตตาหารเพล (ข้าวหมกไก่, ข้าวน้ำพริกลงเรือ, ปีกไก่ย่าง, ส้มสายน้ำผึ้ง และ นมถั่วเหลือง) 3 ชุด ถวายพระสงฆ์วัดเสมียนนารี  

     เสร็จแล้วตรงไปวัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย นนทบุรี สถานที่หลวงปู่สด (พระมงคลเทพมุนี) บรรลุธรรมได้เวลาเที่ยงพอดี แวะตลาดน้ำวัดตะเคียน ทานอาหารกลางวัน ทั้งก๊วยจั๊บ หมูสะเต๊ะ ได้ขนมเบื้องญวน และ ขนมผักกาด กลับบ้านเพราะรอคิวไม่ไหว และกราบร่างหลวงปู่แย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน ตรงเข้าไปวิหารวัดโบสถ์บน ที่มีองค์หลวงปู่สด ทองคำ ประดิษฐานกลางวิหาร อธิษฐานขอพรหลวงปู่ขอให้สำเร็จดังที่ตั้งใจ  

     อุโบสถตั้งอยู่ฝั่งคลองบางกอกน้อย ภายในอุโบสถมีองค์หลวงปู่ประดิษฐานอยู่ จึงเดินเวียนประทักษิณ เพราะมีคนนั่งสมาธิอยู่ในวิหาร มาเดินที่อุโบสถแทน

     เมื่อกลับเข้าบ้านแล้วตรงเข้าไปกราบพระมหามุนีรัตนโคดม ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืองหลวงพ่อฤาษี ที่โต๊ะหมู่ และไหว้พระพุทธรูปและองค์มหาปูชนียาจารย์ ที่ตู้บูชา ได้บำเพ็ญทานบารมีในวันพระก่อนที่จะเริ่มงานวันต้นสัปดาห์

     วันที่ 19 มกราคม นำกระเช้าผลไม้ถวาย พระครูสุเมธวีรานุวัตร (พระครูเฉลิมพล) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ให้ได้รับบุญงานบุญหลายๆกิจกรรมของวัดวีระโชติธรรมาราม อ.เมือง ฉะเชิงเทรา ขากลับทางถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) แวะนำอนุโมทนาบัตรที่ว่าที่ ร้อยตรี อานุภาพฯ อดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยวร่วมบุญทอดผ้าป่า และเหรียญ“เจริญพร” หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง ฝากไว้ให้ท่าน และเข้าไปแวะรับสูทที่ซักแห้งไว้ 2 ชุด จึงได้โอกาสแวะทานข้าวหน้าเป็ดย่าง กับ ซุปสาหร่ายซี่โครงหมู(ร้านนทีเป็ดย่าง ซอยโชคชัยร่วมมิตร ถนนวิภาวีรังสิต ถ้ามาเกิน บ่ายโมง ของจะหมดแล้ว เพราะเป็ดย่างอร่อยมากๆ) เมื่อกลับเข้าบ้านแล้ว ได้มะนาวลูกเขื่องคุณโอ (จิตริณี เพื่อน Econ II ส่งมาให้ทำน้ำมะนาวดื่มเช้าละ 2 แก้ว) ขึ้นปีใหม่แล้ว จึงมีงานค้างจากปีก่อนที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อยเดือนแรกของปีให้จบ ไม่ให้ยืดยาวต่อไปอีก

     วันที่ 20 มกราคม คณะอนุกรรมาธิการด้านตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย(สภาเอสเอ็มอี) และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย จัดการสัมมนา “เวทีฟังเสียงประชาชน:ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง” ร่วมฟังนโยบายจากผู้แทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ พรรคร่วมไทยสร้างชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย ห้องประชุม B1-5 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา  

     คิดจะหาของอร่อยๆ ทานแล้ว จบในที่เดียว อาคารรัฐสภามีร้านมาขาย ซื้อกลับบ้าน ร้านนิวเฮงกี่ (เยาวราช) ได้เป็ดทอดพริกเกลือ หมูกรอบทอดพริกเกลือ เกี๊ยวกุ้งยักษ์ ซาลาเปาคุณหมวย (นางเลิ้ง) เต้าหูญี่ปุ่นทอด และไก่ย่างบางตาล หมดเงินไปแค่ 405 บาท ได้กับข้าวอร่อยๆ ครบ 3 มื้อครับ

     วันที่ 25 มกราคม เวลา 17:00 น. มูลนิธิระดมบุญเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธาน และมีพระราชาคณะร่วมในพิธี เช่น พระธรรมคุณาภรณ์ พระราชวชิรโกศล พระราชวชิรธรรมบดี พระศรีรัตนากร และพระสุวรรณมหาพุทธาภิบาล เป็นต้นร่วมในพิธี เริ่มจากประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมรูปสมเด็จพระพันปีหลวง และที่ตู้พระธรรม พระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรม เจ้าภาพถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และผ้าไตร พระสงฆ์ให้พร เป็นเสร็จพิธี เวลาประมาณ 19:00 น. ถวายหนังสือที่มีตราสัญญลักษณ์ประดับบนหน้าปกหนังสือ 2 เล่ม พร้อมถวายปัจจัยให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ และถ่ายรูปร่วมกัน เสร็จแล้วไปทานก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น “เฉิงหมูตุ๋น” ตรอกโรงหมู ฝั่งตรงข้ามวัด อิ่มทั้งบุญอร่อยก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น

     วันที่ 26 มกราคม เป็นวันพระแรม 8 ค่ำเดือน 3 จัดเตรียมภัตตาหาร (ข้าวคลุกกะปิ, กุ้งอบวุ้นเส้น, สปาเก็ตตี้ผัดกุ้ง, ปีกไก่ย่าง, ส้มสายน้ำผึ้ง และ นมถั่วเหลือง) 3 ชุด ถวายพระวัดเสมียนนารี เมื่อกลับเข้าบ้านแล้ว นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองถวายพระมหามุนี รัตนโคดม องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม หลวงพ่อฤาษีที่โต็ะหมู่ และหลวงปู่วัดปากน้ำที่ตู้บูชา เมื่อทานข้าวกลางวันเป็นข้าวเหนียวดำ ไก่ย่างบางตาล ส้มตำไทย และผลไม้  

     เสร็จแล้วไปตามที่นัดเข้าไปกราบพระราชวัชรมงคลวิสิฐ เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี แวะมาวัดนี้หลายครั้งแล้ว เพราะเป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เริ่มโครงการเศรษฐกิจพอเพียงที่วัดนี้ นอกเหนือจากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนแวะมากราบไหว้ทั้ง หลวงพ่อทันใจ และหลวงพ่อวัดปากน้ำ วัดมีพื้นที่ 38 ไร่ และมีอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว พื้นที่อีกกว่า 400 ไร่ ชาวบ้านแถวนี้ได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจพอเพียงกันทุกบ้าน วัดมงคลชัยพัฒนาจึงเป็นวัดแรกในรัชกาลปัจจุบันยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อ 1 ธันวาคม 2567 ท่านเจ้าคุณได้เมตตาสั่งพิมพ์หนังสือ“วัดที่ได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลปัจจุบัน” เป็นประเดิม

     วันที่ 28 มกราคม ตั้งแต่เช้าลงพื้นที่เขตมีนบุรี ทานข้าวเที่ยงที่ฮะเซ้งเป็ดย่าง ร้านนี้มีอาหารเที่ยงประเภทเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ ซุปกระดูกหมูมะนาวดอง ซุปมะระกระดูกหมู ของหวานมีทั้งเต้าทึง เฉาก๊วย และลูกตาลลอยแก้ว เสร็จธุระจากมีนบุรี ไปธุระต่อที่ปากช่อง มื้อเย็นทานข้าวต้มกุ๊ยที่ร้านซ้งโภชนา สั่งผัดป่วยเล้งหมูกรอบ ยำกุนเชียง ผัดหนำเลี้ยบ และไข่เจียวหมูสับ เสร็จงานแล้วกลับถึงกทม. 20:00 น.

     เริ่มต้นวันสุดท้ายเดือนแรกปีใหม่ด้วย“นโยบายการพัฒนากิจการพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ของมหาเถรสมาคม ”พ.ศ.2569

     บ่ายโมงตรงว้นที่ 31 มกราคม มีนัดเข้านมัสการ พระราชวัชรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด นนทบุรี เมื่อเข่าวัดตรงเข้ากราบ พระพหมมังคลาจารย์(หลวงพ่อปัญญา) พระผู้ก่อตั้งวัดแห่งนี้ เมื่อพบเจ้าคุณเจ้าอาวาสแล้วได้ถวายหนังสือพระอารามหลวง(เล่ม 2 ปรากฎวัดชลประทานรังสฤษดิ์ด้วย นมัสการลากลับประมาณ 14:00 น.วันนี้ข้าวกลางวันเป็นข้าวต้มกุ๊ย มีหมูผัดหนำเลี๊บบ กุนเชียง หมูแผ่น ไข่ตุ๋น และคะน้าปลาเค็ม

 

 


อ่าน : 0

แชร์ :


เขียนความคิดเห็น