หนังสือตัวแบบนวัตกรรมธุรกิจ (Innovative Business Model) เป็นการสะสมจากประสบการณ์ของผู้เขียนในการสอนหนังสือที่วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรม สังคม ในมหาวิทยาลัยรังสิตในวิชาที่เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ธุรกิจ นวัตกรรมการจัดการ และนวัตกรรมสังคม โดยนำเอากรณีศึกษาทั้งของไทยและต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จเป็นโครงของเรื่อง ทั้งระดับผลิตภัณฑ์ โครงการและยุทธศาสตร์ขององค์กร รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งในธุรกิจการผลิต การบริการ และเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร เช่น หุ่นยนต์ดินสอ การวิจัยผลิตภัณฑ์ของ P&G รถยนต์ของ TATA ที่พัฒนาขึ้นตามแนวทางของ Frugal Innovation การพัฒนาผลิตภาพของ BHP การจัดการห่วงโซ่ธุรกิจของบริษัท ฤทธา จำกัด Siamese Asset บริษัท คุณเก่ขนมหวาน จำกัด และวิสาหกิจชุมชนชีวิวิถีตำบลน้ำเกี่ยน (ที่เป็นการสร้างโอกาสของ Small Business) แคมเปญ Green Solution ของ SCG, Shakti Project ของ Unilever, Arogya Parivar ของ Novartis การขยายตัวของธุรกิจแบบขยายพื้นที่/ขยายสาขา (ซึ่งเป็นการปรับตัวของกิจการขนาดใหญ่) ตัวแบบที่ต่างกันของ Walmart, KFC, McDonald การสร้างสรรค์ธุรกิจตามสภาวะเงื่อนไขใหม่ของความสามารถของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น Hello Tractor, Amazon, Facebook, Airbnb, Netrlix และ Alibaba การขับเคลื่อนนโยบายของเกาหลีใต้บริการของ Telemedicine ในแอฟริกา นวัตกรรมแบบ Disrupt ของ Uber, Grab, Netflix, Zoom ตัวแบบของพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ รถไฟฟ้า และการ จัดการของจีน การเปลี่ยนผ่านการจัดการของ New York Times, Bloomberg, Google และ ChatGPT การริเริ่มของสตาร์ทอัพเพื่อบริการธุรกิจท้องถิ่นของไทยเช่น คลาวด์คอมเมิร์ซ ซีคสเตอร์ วงใน และอี๊ตแล็บ การขับเคลื่อนนโยบายของเกาหลีใต้ด้วยการกระจายอำนาจไปตามการจัดการท้องถิ่น ซึ่งตรงกันข้ามกับการ ขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐของไทยที่ติดยึดกับส่วนราชการ (และรัฐบาลส่วนกลาง)
โครงเรื่องของหนังสือ แบ่งเป็น 11 บท โดย 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 มี 3 บท
คือ บทที่ 1 ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก วิวัฒนาการของ (CT และ Digial Business บทที่ 2 นวัตกรรม นวัตกรรมธุรกิจ และการจัดกลุ่มทฤษฎี บทที่ 3 นวัตกรรมธุรกิจนวัตกรรมสังคม การสร้างสรรค์ และการขับเคลือนนโยบาย เป็นบทที่กล่าวถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ของความรู้และการส่งต่อตามการอธิบายของ Yuval Noah Harari,Jared Diamond, Michael Mann, Jeremy Rifkin และ Klaus Schwab
ส่วนที่ 2 ประกอบไปด้วยบทที่ 4 ตัวแบบธุรกิจ (Business Model) บทที่ 5
นวัตกรรมสังคม และการสร้างสรรค์คุณค่าธุรกิจคู่สังคม บทที่ 6 Website, Social
Media as a Tool and Business Initiative และบทที่ 7 Disruptive Innovation Theory เป็นการทำความเข้าใจที่มีต่อตัวแบบธุรกิจจากกรณีศึกษาต่าง ๆ พร้อมทั้ง
แนวคิดและทฤษฎี (Open Innovation Theory, Frugal Innovation Theory,
Theory of Innovation eJoseph Schumpeter, Creating Shared Value
Theory และ Disruptive Innovation Theory)
ส่วนที่ 3 เป็นกรณีศึกษาของตัวแบบธุรกิจที่เจาะจงที่จะกล่าวรายละเอียดของธุรกิจใหม่ในโลกดิจิทัล บทที่ 8 The Third Industrial Revolution ซึ่งเป็น Theory ที่นำเสนอโดย Jeremy Rifkin บทที่ 9 Data Management พร้อมตัวอย่างการสร้างธุรกิจใหม่ในยุคดิจิทัล บทที่ 10 New Management & Sustainabiity ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มตัวแบบธุรกิจ และบทที่ 11 เป็นการออกแบบตัวแบบธุรกิจ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการความผันผวนและความไม่แน่นอนของปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น VUCA, BANI หลักของการคิด วิเคราะห์ และการออกแบบธุรกิจ อันเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมต่อการ พัฒนาธุรกิจเพื่อแข่งขันกับโลก