นวัตกรรมสังคม กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น (SOCIAL INNOVATION) | ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
นวัตกรรมสังคม กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น (SOCIAL INNOVATION)
นวัตกรรมสังคม กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น (SOCIAL INNOVATION)

นวัตกรรมสังคม กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น (SOCIAL INNOVATION)

Author : สุนทร คุณชัยมัง

Softcover

฿ 675.00

750.00

Discount 10 %

TAGS :

Book info

Barcode : 9786166301304

ISBN : 9786166301304

Size ( w x h ) : 0 x 0 mm.

Number of pages : 212 Pages

Year of print : 1 / 2568

Book category : สังคมวิทยา

Product details : นวัตกรรมสังคม กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น (SOCIAL INNOVATION)

นวัตกรรมสังคม-กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น (Social Innovation-The Mechanism Driving Grassroots Economy and Local Development) เป็นผลงานที่พัฒนามาจากงานวิจัยแบบ Rapid research เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่นที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำวิจัยร่วมกันในระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยมีแหล่งทุนสนับสนุนจากมูลนิธิสัมมาชีพ และองค์กร พันธมิตรร่วมสนับสนุน 2 ราย คือ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

หนังสือนี้ แบ่งเป็น 8 บท บทที่ 1 และ 2 เป็นความเป็นมาและความสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมในระดับชุมชนฐานรากที่มีข้อเสนอของนักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นแตกต่างกันแบบตรงกันข้ามระหว่างทัศนะของ Simon Kuznets เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1971 เจ้าของเส้นโค้ง Kuznets ที่เชื่อว่าการไม่กระจายตัวทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ (Income inequality) เป็นสภาวะปกติของเศรษฐกิจในระหว่างการพัฒนา เมื่อเศรษฐกิจได้เติบโตไปถึงจุด ๆ หนึ่งและเป็นจุดที่เศรษฐกิจมีความแข็งแรงเพียงพอ ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจะ รับผิดชอบต่อความเหลื่อมล้ำเหล่านั้นด้วยการปรับสมดุลให้เข้าสู่สภาวะปกติด้วย ตัวเอง แนวความคิดนี้ได้รับการวิพากษ์อย่างต่อเนื่องว่าจุดที่ระบบเศรษฐกิจจะจัดการ ปัญหาความเหลื่อมล้ำนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นจริงทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Andre Gunder Frank และ Samir Amin ที่ต่าง ยืนยันไปในทางเดียวกันว่า การพัฒนาเศรษฐกิจของระบบทุนนิยมเสรี ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำทั้งในระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับกำลังพัฒนา ระหว่างเศรษฐกิจศูนย์กลางกับชายขอบ พร้อมกันนั้น องค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNDP,World Bank, and OECD ต่างก็นำเสนอให้โลกปรับทิศทางของการพัฒนาเศรษฐกิจให้ไปสู่ Inclusive Economic Growth ล่าสุด Thomas Piketty นักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ก็ได้นำเสนอว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็น By-product ของระบบไม่สามารถจะแก้ไข่ได้ตามปรากฏการณ์ของปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ต้องแก้ไขด้วยนโยบายใหม่ที่เป็นส่วนผสมของเศรษฐกิจมหภาค การจัดการเชิงสถาบัน และความสัมพันธ์เชิงอำนาจกรอบแนวคิดของการศึกษาและหนังสือนี้ตั้งสมมติฐานสอดคล้องกับข้อเสนอของ Piketty ว่า ปัญหาของเศรษฐกิจชุมชนฐานราก เป็น By-product ของระบบโดยรวม ไม่สามารถแก้ไขตามปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็สนับสนุนให้ชุมชนพัฒนาความสามารถและเศรษฐกิจของตนเองในลักษณะเดียวกับ ข้อเสนอว่าด้วย Delinking ของ Samir Amin ที่เสนอให้ประเทศชายขอบพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เพื่อสนองตอบต่อความต้องการและความจำเป็นของตนเองเป็นด้านหลัก บทที่ 3 เป็นการรวบรวมกรณีศึกษาความสำเร็จของกิจการในต่างประเทศ 8 กรณี คือ Grameen Bank ธนาคารคนจนของบังคลาเทศ Proximity Designs องค์กรไม่แสวงหากำไรของเมียนมา Rags2Riches วิสาหกิจ/ธุรกิจเพื่อสังคมของ ฟิลิปปินส์ Hello Tractor ธุรกิจดิจิทัลเพื่อสังคมของในจีเรีย Maori Social Enterprise การจัดการธุรกิจ-เศรษฐกิจของชนเผ่าเมารี Mondragon Cooperative Corporation กิจการสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจข้ามชาติของสเปน D&DEPAERTTMENT PROJECT บริษัทออกแบบเพื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่น และ Aravind Eye Care Systems วิสาหกิจ/ ธุรกิจเพื่อสังคมของอินเดีย
บทที่ 4-6 เป็นกรณีศึกษาความสำเร็จของกิจการของไทยที่แบ่งออกเป็น 3กลุ่ม คือ บทที่ 4 เป็นองค์กรชุมชนที่รวมตัวกันเป็นองค์กรและขับเคลื่อนทุนทางสังคมประกอบด้วย (1) กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์จันทบุรี (2) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านดอนคา (2) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดงดินแดง บทที่ 5 เป็นองค์กรชุมชน (2)

ที่รวมตัวกันแบบวิสาหกิจชุมชนและริเริ่มธุรกิจ ประกอบด้วย (1) วิสาหกิจชุมชน ชีววิถีตำบลน้ำเกี้ยน (2) วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลอุ่มแสง (3) วิสาหกิจ ชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา (4) วิสาหกิจเพื่อสังคมเกษตรอินทรีย์คลองตัน (PGS) (5) กลุ่มสุราพื้นบ้านสะเอียบ (6) ตลาดหัวปลี บทที่ 6 เป็นกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมประกอบด้วย (1) บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (2) บริษัท โลเคิล อไลค์จำกัด (2) บริษัท ดีมีสุข (ไม่) จำกัด บทที่ 7 การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และบท ที่ 8 เป็นบทว่าด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมสังคม นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีข้อมูลประกอบสำหรับการค้นคว้าเพิ่มเติมอีก 6 กรณีเพื่อเทียบเคียงหรือเชื่อมโยงกับกรณีศึกษาที่ใช้ศึกษา ประกอบด้วย (1) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง (2) กองทุน LTC เทศบาลตำบลท่าคนโท (3) กาแฟอาข่า อ่ามา (4) ปัญญ์ปุริ (5) บริษัท สยาม เอเบิล อินโนเวชั่น จำกัด (6) John's Crazy Socks โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 2 กรณีหลัง เป็นกิจการที่ดำเนินงานโดยผู้ด้อยโอกาสทางสังคมตามวิถีของการประกอบการ และถือได้ว่าเป็นมิติสำคัญของนวัตกรรม สังคมสำหรับการจัดการสวัสดิการสังคม การประมวลผลกรณีศึกษาของหนังสือเล่มนี้ทั้งที่ใช้ศึกษาโดยตรงจากในและต่างประเทศ 20 กรณี (และข้อมูลภาคผนวก 6 กรณี) ต่างเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันได้ว่าพื้นที่ชุมชนฐานราก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกลในมิติของชนบท-ขาดแคลน-ยากจน หรือพื้นที่ชายขอบที่ระบบหลักของการเมือง เศรษฐกิจและสังคมมองข้าม ไม่นับรวม และถูกกีดกัน ต่างเป็นพื้นที่ที่สามารถจัดการธุรกิจตามวิถีของการประกอบการด้วยตนเอง มีความสำเร็จที่อยู่ร่วมและแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจทั่วไป และมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นหัวขบวนการของเศรษฐกิจในท้องถิ่น รวมทั้งร่วมขบวนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศได้

Related products

Customers who bought this product Also bought this product

Review score from buyers

0 Full 5 Star
0 People
0
0
0
0
0