หน้าร้าน
 
ภาษาศาสตร์
ศาสนา โหราศาสตร์
ปรัชญา จิตวิทยา
วรรณคดี วรรณกรรม
ไทยศึกษา
วิทยาศาสตร์ทั่วไป
บริหารธุรกิจ
หนังสือพระราชนิพนธ์
หนังสือเฉลิมพระเกียรติฯ
นวนิยาย เรื่องสั้น
หนังสือสำหรับเด็ก
หนังสือสำหรับเยาวชน
อ้างอิง พจนานุกรม
วิทยาการและเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์
การท่องเที่ยว
คู่มือสอบต่างๆ
ศิลปการถ่ายภาพ




ประเภทหนังสือเข้าประกวด ครั้งที่ ๘ (ประจำปี ๒๕๕๔)
กวีนิพนธ์
นวนิยาย
นิยายภาพ (การ์ตูน)
รวมเรื่องสั้น
วรรณกรรมสำหรับเยาวชน
สารคดี (สารคดีชาติพันธุ์วิทยา)
รางวัล “นักเขียนรุ่นเยาว์ แบ่งเป็นหมวดต่างๆ ดังนี้
- หมวด “กวีนิพนธ์”
- หมวด “นวนิยายขนาดสั้น”
- หมวด “รวมเรื่องสั้น”
- หมวด “นิยายภาพ (การ์ตูน)”
ผลการตัดสินรางวัลประเภท “กวีนิพนธ์”
รางวัลชนะเลิศ
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ประพันธ์โดย ไพวรินทร์ ขาวงาม
จัดพิมพ์โดย แพรวสำนักพิมพ์

คำนิยม ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต ของ ไพวรินทร์ ขาวงาม เป็นรวมบทกวีที่นำเสนอภาพของสังคมอีสานในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปทุกระดับ ทั้งระดับสังคมโดยรวมและระดับวิถีชีวิตของปัจเจกบุคคล นโยบายของภาครัฐที่ยังคงเห็นว่าอีสานเป็นดินแดนด้อยพัฒนาและแห้งแล้ง จึงนำเสนอนโยบายเปลี่ยนแปลงทุ่งกุลาร้องไห้เป็นอุตสาหกรรม เป็นแดนกาสิโนและสวนสนุกหรือให้เป็นที่นำขยะของเมือง มาทิ้ง ผู้ประพันธ์ให้ความสำคัญกับชาวนา ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำนาหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งแผ่นดิน แต่วิถีชีวิตของชาวนาต้องยากลำบากและระทมขมขื่น สภาพท้องนาที่เคยอุดมและเป็นที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิตนั้น บัดนี้แปรเปลี่ยนจนแม่โพสพก็ไม่อาจสถิตอยู่ได้ ด้านวิถีชีวิต หนุ่มที่เคยมุ่งเข้าเมืองเพื่อความหวังไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า มาบัดนี้ พิษของสังคมทุนนิยมและเศรษฐกิจฟองสบู่ ทำให้รัฐส่งเสริมนโยบายกลับสู่ชนบท แต่เมื่อกลับไป สภาพสังคมก็ไม่เหมือนเดิมเพราะนโยบายการ “พัฒนา” สังคมเกษตรกรรมของอีสานให้กลายเป็นสังคมอุตสาหกรรม ส่วนสาวอีสานยุคโลกาภิวัตน์มุ่งแต่งงานกับชาวต่างชาติ เพื่อยกระดับฐานะของตนเองและครอบครัว หมู่บ้านและบ้านอีสานในวันนี้ ผู้ประพันธ์รู้สึกราวกับว่า “ไม่มีบ้านให้กลับ” ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต ไม่เพียงให้ภาพสังคมอีสานที่แปรเปลี่ยนในภาพกว้าง แต่ยังเน้นการพรรณนาอารมณ์ความรู้สึกภายใน ของผู้คนที่รักในท้องถิ่นของตนแต่ต้องขื่นขมกับวิถีที่แปรเปลี่ยนได้อย่าง ร้าวลึกสะเทือนอารมณ์ ในด้านศิลปะการประพันธ์ ด้วยลีลาที่รื่นไหลและหลากหลาย บทกวีของไพวรินทร์มีเสน่ห์ ของสีสันท้องถิ่น การผสมผสานท่วงทำนองของกลอนแบบฉบับกับรูปแบบฉันทลักษณ์ท้องถิ่น เช่น ผญาและภาษาถิ่นทำให้เกิดท่วงทำนองเฉพาะตนที่สามารถให้ภาพวิถีชีวิต จิตใจและอารมณ์ของผู้คน อีสานได้อย่างเรียบง่าย แต่คมคาย ลุ่มลึกและกินใจ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ประพันธ์โดย บัญชา อ่อนดี
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ไพร
คำนิยม มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ ของ บัญชา อ่อนดี เป็นผลงานที่นำเสนอสังคมไทยร่วมสมัยซึ่งประกอบด้วยความหลากหลายแตกต่างทาง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ค่านิยม และความเชื่อ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง และความเปลี่ยนแปลงที่มุ่งไปสู่ “ความสุขสำเร็จรูป” ผู้เขียนเรียงร้อยภาพเหตุการณ์ โดยเฉพาะภาพวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คนในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีพลังและ มีชีวิตชีวา สามารถจัดวางจังหวะในการนำเสนอเนื้อหาได้สอดคล้องกลมกลืนกันอย่างมีเอกภาพ ไม่ต่างจากคีตนิพนธ์ที่มีความสอดประสานของท่วงทำนองอย่างลงตัว ผู้ประพันธ์สามารถนำเสนอเนื้อเรื่องได้อย่างมีโครงสร้างชัดเจน มีลำดับการนำเสนอเรื่องราวอย่างมีขั้นตอนโดยแบ่งเนื้อหาเป็น ๓ ภาคคือ ภาคแรก ที่เป็นมา นำเสนออดีตของสังคมไทย ภาคที่สอง ที่เป็นไป นำเสนอความเปลี่ยนแปลงด้านการปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา และภาคที่สาม ที่คงอยู่ คือสภาพการณ์ทางการเมืองและสังคมไทยในปัจจุบัน ผู้ประพันธ์สามารถใช้สัญลักษณ์ “มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ” และลีลาทางวรรณศิลป์ซึ่งแม้จะไม่ได้เอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อโดยตรงแต่ ใช้การพรรณนา ทำให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่ต้องการนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิผล การใช้ถ้อยคำมีความเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ ไม่ประดิดประดอยจนเกินพอดี สอดคล้องกับแนวคิดสำคัญของเรื่อง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ประพันธ์โดย อภิชาติ จันทร์แดง
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ชายขอบ
คำนิยม ประเทศของเราและเรื่องเล่าหลายๆ เรื่อง
ประเทศของเราและเรื่องเล่าหลายๆ เรื่อง ของ อภิชาติ จันทร์แดง เป็นรวมบทกวีที่นำเสนอเรื่องราวของสังคมไทยร่วมสมัยในมิติต่างๆ เช่น สื่อและข่าวสารที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตผู้คน สถานการณ์ความรุนแรง ทั้งในเมืองหลวงและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ ประพันธ์เล่าเรื่องราวของสังคมจากมุมมองของชีวิตผู้คนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ล้วนต้องตกอยู่ในภาวะแห่งความหวาดกลัวในทุก ขณะของการใช้ชีวิตประจำวัน ความระทดท้อต่อชีวิตในท่ามกลางความรุนแรงและ ภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ผู้ประพันธ์ไม่เพียงแต่พรรณนา เหตุการณ์แต่ยังตั้งคำถามกับปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคมเพื่อให้ผู้อ่านเห็นใจและเข้าใจสภาพการณ์เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น
ด้านรูปแบบการประพันธ์ ผู้ประพันธ์ใช้กลอนสุภาพและกลอนเปล่าในการนำเสนอ เรื่องเล่าต่างๆ จากหลากหลายมุมมองด้วยลีลาที่เรียบง่ายแต่กินใจ
ผลการตัดสินรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “กวีนิพนธ์”
รางวัลชนะเลิศ “หมอกขาวอาบดอยเขียว”
ประพันธ์โดย หมอกมุงดอย (สุรพันธุ์ สมสีดา) (หนังสือทำมือ)
คำนิยม หมอกขาวอาบดอยเขียว
เป็นรวมบทกวีที่มีเนื้อหาสาระสะท้อนความภาคภูมิใจในความเป็น “คนเมือง” หรือคนภาคเหนือได้อย่างมีพลัง โดยนำ “คำเมือง” มาสอดใส่ในผลงานได้อย่างมีวรรณศิลป์ รวมทั้งหยิบยืมความรุ่มรวยทางรูปแบบวรรณกรรมล้านนามาใช้ได้อย่างเหมาะสมกลม กลืน แม้จะมีข้อด้อยเชิงฉันทลักษณ์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการลดทอนพลังในการนำเสนอความประทับใจโดยภาพรวม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
“บนแผ่นกระดาษ” (หนังสือทำมือ) ประพันธ์โดย รัตนโกสินทร์ศก (ชาตรี ตราชู)
คำนิยม บนแผ่นกระดาษ เป็นรวมบทกวีสะท้อนความคมชัดของทัศนะที่ปรากฏในเนื้อหาแต่ละเรื่องได้อย่างโดดเด่น มีมุมมองในการนำเสนอที่น่าสนใจหลากหลายประเด็น สามารถเล่นคำได้อย่างมีวรรณศิลป์ ทั้งเสียงและความหมาย แม้จะมีปัญหาเรื่องสัมผัสซ้ำและการใช้ถ้อยคำอยู่บ้าง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
“หุบมนุษย์” (หนังสือทำมือ) ประพันธ์โดย ธนบัต ใจอินทร์
คำนิยม หุบมนุษย์
เนื้อหาที่นำมาสื่อมีความเข้มข้นระดับปานกลางและมีฝีมือในการร้อยกรองระดับดี แม้จะมีข้อควรพัฒนาเชิงฉันทลักษณ์ เช่น การใช้คำสัมผัสซ้ำ หากมีการคัดสรรผลงานที่นำมารวมเป็นเล่มให้มีความเข้มข้นทั้งด้านเนื้อหาและปริมาณให้มากกว่านี้จะเป็นรวมบทกวีที่มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ผลการตัดสินรางวัลประเภทสารคดี (สารคดีชาติพันธุ์วิทยา)
รางวัลชนะเลิศ

ประพันธ์โดย องค์ บรรจุน จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน
คำนิยม สยามหลากเผ่าหลายพันธุ์ หนังสือเล่มนี้เป็นบทความที่ได้มาจากการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ถึง ๒๒ คน ที่หลากหลายเผ่าพันธุ์จากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไทย และแต่ละคนล้วนมีความภูมิใจในเผ่าพันธุ์ของตน แม้ทุกคนจะรักและเต็มใจเสียสละให้ประเทศไทย แต่ก็ยังต้องการรักษาเอกลักษณ์ชาติพันธุ์ของตนเอง ชี้ชัดว่าสังคมไทยเป็น “พหุสังคม” คือมีผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาอยู่รวมกันอย่างกลมกลืน สงบสุข งานเขียนมีลักษณะเป็นสารคดีชีวิตของผู้ดำรงอัตลักษณ์แห่งชาติพันธุ์ตนเองไว้อย่างเด่นชัด ซึ่งมิได้มีเพียงชนเผ่าที่เราคุ้นเคย แต่ยังเจาะลึกถึงเผ่าพันธุ์เล็ก ๆ อย่าง ชาวซอง ชาวลาวครั่ง ฯลฯ ซึ่งเกิดจากการที่ผู้เขียนพากเพียรเดินทางไปสัมภาษณ์ แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นสารคดีที่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์ มีข้อมูลน่าเชื่อถือ อันเกิดจากการค้นคว้า ศึกษา วิจัย ส่งผลให้เป็นหนังสือชวนอ่าน จุดประกายความคิดให้สังคมตระหนักว่า ความภาคภูมิใจในตนเอง ควรอยู่บนพื้นฐานของการเคารพและเข้าใจคนอื่นด้วย กลวิธีการนำเสนอของหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ เพราะใช้การสัมภาษณ์บุคคลชาติพันธุ์ต่างๆ แล้วนำมารวมไว้ในเล่มเดียว จึงให้เห็นภาพกว้างของความหลากหลายของชนเผ่าในประเทศไทย ด้วยวิธีเขียนที่ไม่เป็นทางการมากเกินไป จึงอ่านสนุก พร้อมกับมีเรื่องเล่าต่างๆ ที่น่าทึ่ง และแสดงสายสัมพันธ์ระหว่างชนเผ่าต่างๆ ให้เห็น ทั้งจากการตั้งสมมุติฐาน การเก็บข้อมูล และการสัมภาษณ์ จึงเป็นหนังสือที่ให้ความรู้ด้วยภาษาง่ายๆ และอ่านได้ด้วยความเพลิดเพลิน ทรงคุณค่าแก่การเป็นหนังสือชนะเลิศรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดประเภท สารคดีชาติพันธุ์วิทยา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ประพันธ์โดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สารคดี
คำนิยม แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา
สารคดีนำเสนอเรื่องราวกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีถิ่นฐานอยู่ในเขตภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่เรื่องพิธีวิวาห์ตามวิถีของชาวเผ่าเมี่ยน จังหวัดน่าน เรื่องชนเผ่าปกากะญอ บนเทือกเขาธงชัยกับการรักษาป่ารักษาน้ำ เรื่องของชาวไทใหญ่ กลุ่มชนที่มีที่ดินแดนและประเพณีวัฒนธรรมของตน กับความพยายามแสวงหาเอกราช และกะเหรี่ยงฤษีแห่งป่าตะวันตก ชนกลุ่มเดียวในประเทศไทยที่ยังนับถือฤษีเป็นผู้นำทางความเชื่อและจิตวิญญาณ
ความงดงามทางวัฒนธรรมของชนเผ่าเหล่านี้ นำเสนอผ่านลีลาภาษาสำนวนอันละเมียดละไม บอกเล่าความเป็นมาเป็นไปของคติความเชื่อ ประเพณี พิธีกรรม อย่างลุ่มลึก และน่าเชื่อถือ จากการที่ผู้เขียนค้นคว้าข้อมูลอย่างรัดกุม สอดแทรกทัศนคติและอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนพอประมาณ เป็นการผสมผสานข้อมูลทางกายภาพ เข้ากับข้อมูลทางจินตภาพอย่างมีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ส่งผลให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสเต็มอิ่ม จุดประกายคิดให้ตระหนักในคุณค่าของความเป็นมนุษย์อันพึงเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองหลัก หรือชนชาติส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่หยิบยกประเด็นอื่นขึ้นมาพูด อาทิ เรื่องสิ่งแวดล้อม การสร้างเขื่อน ซึ่งในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่าไม่เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ถือได้ว่าเป็นผลกระทบของการจัดการทรัพยากรสมัยใหม่ ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อกลุ่มชาติพันธุ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยรวมแล้วจึงทรงคุณค่าที่จะเป็นหนังสือรองชนะเลิศอันดับ ๑ รางวัล เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประเภทสารคดีชาติพันธุ์วิทยา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ประพันธ์โดย ล้อม เพ็งแก้ว จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ Open books

คำนิยม เกิดเป็นคนใต้    
    เป็นอัตชีวประวัติแบบไทยๆ บรรยายความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรไทยสามัญที่อยู่ในชนบทห่างไกลของภาคใต้ ในเรื่องการหาอยู่หากิน และวัฒนธรรมด้านอื่นๆ เช่น ระบบคุณค่า ความสัมพันธ์ทางสังคม โลกทรรศน์และชีวทรรศน์ที่สอดคล้องกันกับภาวะวิสัยของการหาอยู่หากิน ด้วยฝีมือการบรรยายชั้นครู
    แต่ถึงแม้จะมีลักษณะเป็นอัตชีวประวัติ ทว่าเกร็ดต่างๆ ที่แทรกอยู่ คือองค์ความรู้ทางชาติพันธุ์วิทยา โดยผู้คร่ำหวอดและศึกษาหาความรู้ด้วยวิถีอย่างปราชญ์ วิธีเล่าเรื่องสนุกสนาน เป็นกันเอง แต่มีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ทำให้อ่านได้อย่างเพลิดเพลิน อิ่มเอมในอรรถรสและความรู้รอบด้าน  ทรงคุณค่าที่จะเป็นหนังสือรองชนะเลิศอันดับ ๒ รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประเภทสารคดีชาติพันธุ์วิทยา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔

ผลการตัดสินรางวัลประเภทรวมเรื่องสั้น
รางวัลชนะเลิศ
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ประพันธ์โดย เอื้อ อัญชลี จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน

คำนิยม เส้นผมบังจักรวาล
“เส้นผมบังจักรวาล” เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ถ่ายทอดความเป็นไปของชีวิต ผ่านบทบาทของตัวละครในฉากเล็กๆ แคบๆ และธรรมดาดังที่พบเห็นกันอยู่ แต่ด้วยมุมมองและจินตนาการของผู้เขียน ภาพที่ปรากฏต่อผู้อ่านกลับมีแง่มุมแปลกใหม่ที่น่าสนใจและชวนให้ขบคิดตาม
ผู้เขียนมีศิลปะในการเล่าเรื่องด้วยลีลาภาษาร่วมสมัย และสร้างโครงเรื่องที่หลากหลาย ใช้กลวิธีต่างกัน มีทั้งแนวสมจริง เหนือจริง สัญลักษณ์ และอื่นๆ นำผู้อ่านไปสัมผัสกับความรัก ความชัง ความทุกข์ ความสุข ความเจ็บปวด และความเฉยชาที่มีอยู่ในการเกิด การตาย และการดิ้นรนเพื่อจะมีชีวิตอยู่ของตัวละคร และสื่อความหมายเป็นนัยว่า ถ้ามองทะลุตัวละครเหล่านั้นไป ก็จะได้พบความจริงเช่นเดียวกันในโลก
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ (มี ๒ รางวัล)
ประพันธ์โดย ผาด พาสิกรณ์ จัดพิมพ์โดย คเณศบุรี

คำนิยม ไปยาลใหญ่ในปัจฉิมดำริ
“ไปยาลใหญ่ในปัจฉิมดำริ” เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีเอกลักษณ์ เพราะหลายเรื่องผู้ประพันธ์นำเสนอประเด็นโต้แย้งที่เกิดจากมุมมอง แง่คิด จากพฤติกรรมที่เห็นและเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมไทยยุคปัจจุบัน เช่น ประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ – การฉกฉวยโอกาส ค่านิยมด้านเพศรส – พรหมจรรย์ วิถีกรุง – วิถีชนบท ฯลฯ ซึ่งประเด็นโต้แย้งต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ ท้ายที่สุดผู้อ่านจะได้รับคำตอบที่กระจ่างเมื่ออ่านเรื่องจบลงอย่างใคร่ครวญ
ผู้ประพันธ์มีกลวิธีการนำเสนอด้วยลีลาที่แตกต่าง ทั้งยั่วล้อ เสียดสี ประชดประชัน และเคร่งขรึมจริงจัง และด้วยศักยภาพในการใช้ภาษาได้อย่างเข้าใจและเข้าถึง รู้จักเล่นสนุกกับคำและสำนวนทั้งในด้านเสียงและความหมาย ทำให้หนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นงานเขียนที่มีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา ชวนอ่าน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ (มี ๒ รางวัล)
ประพันธ์โดย ประชาคม ลุนาชัย จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

คำนิยม สงครามและความรัก
“สงครามและความรัก” เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่มีความเด่นในด้านการใช้ภาษาซึ่งสามารถควบคุมและขับเคลื่อนเรื่องราว เพื่อสื่อความคิดมาถึงผู้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประพันธ์มีชั้นเชิงในด้านการสรรคำมาร้อยเรียงได้อย่างเหมาะสมกลมกลืนและมีคุณค่าทางวรรณศิลป์
นอกจากนี้เนื้อหาในเรื่องสั้นยังมีแง่มุมหลากหลายในขณะเดียวกันก็มีเอกภาพที่สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์จำเป็นต้องดำรงอยู่ร่วมกันด้วยเสรีภาพและความรักเป็นหลักสำคัญ

ผลการตัดสินรางวัลประเภทนวนิยาย
รางวัลชนะเลิศ ประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์เพื่อนดี
คำนิยม น้ำเล่นไฟ นวนิยายเรื่องน้ำเล่นไฟของกฤษณา อโศกสิน นำเสนอคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรมผ่านเรื่องราวของครอบครัวเกษตรกรหัวก้าวหน้าไปพร้อมกับครอบครัวของเศรษฐีเจ้าของ ตลาดสดสมัยใหม่ ทั้งสองครอบครัวมีลักษณะที่เหมือนกันคือประกอบอาชีพด้วยจิตใจมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง อดทน และดำรงตนด้วยความซื่อสัตย์ และอดออม ประกอบกับใช้สติ ปัญญา ความรู้ที่สืบทอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ และนำแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการทำมาหาเลี้ยงชีพและดำรงตน ให้พอดี พอประมาณ และพอใจ อันสร้างความสุขแก่บุคคลและสังคมอย่างยั่งยืน เส้นทางของเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าคุณภาพ ปลอดสารพิษ ที่ใส่ความรักความอาทรลงในทุกพืชผลและพื้นดิน รับผิดชอบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงมาบรรจบกับนายทุนเจ้าของตลาดผู้มีเจตนารมณ์ในการจำหน่ายสินค้าดี สร้างเสริมคุณภาพชีวิตแก่ผู้บริโภค พร้อมกับดำเนินธุรกิจของตนให้เป็นตลาดสดครบวงจรที่สะอาด สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ นายทุนและเกษตรกรดูเหมือนจะเป็นคู่ตรงข้าม โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เอาเปรียบ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เสียเปรียบ แต่ในนวนิยายเรื่องนี้ ผู้ประพันธ์แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่แลดูเหมือนอยู่คนละขั้ว คนละฝ่าย อาจไม่ใช่สิ่งที่แย้งกัน หากแต่อาจจะเป็นสิ่งที่เสริมให้อีกฝ่ายหนึ่งโดดเด่นขึ้นเมื่อความสัมพันธ์นั้นดำเนินไปตามธรรมะ และตามธรรมชาติ น้ำเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับไฟ หากแต่แสงเจิดจ้าของไฟที่ส่องกระทบน้ำทำให้เกิดประกายระยิบระยับ คลื่นน้ำและแสงไฟจึงเล่นล้อกันไปมาเป็นภาพงดงามจับใจ ดังข้อความที่ผู้ประพันธ์บรรยายไว้ว่า “ยามเมื่อลมพัดมาพาเอาระลอกน้ำในนากุ้งแล่นละลิ่วพลิ้วตามกัน ครั้นกระทบแสงอาทิตย์อันกราดกล้า ก็ยิ่งสะท้อนประกายพาให้น้ำระยิบระยับจับนัยน์ตาจำเริญใจ” ดังนั้น นวนิยายเรื่องน้ำเล่นไฟจึงเสนอให้เห็นว่านายทุนและเกษตรกรต่างต้องพึ่งพาเกื้อกูลส่งเสริมซึ่งกันและกัน อันเป็นการดำเนินเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมคุณภาพของชีวิต คุณภาพของสังคม คุณภาพของประเทศชาติ และคุณภาพของประชาคมโลกในที่สุด ถึงแม้ว่านวนิยายเรื่องนี้จะนำเสนอประเด็นทางสังคมที่หนักหน่วง แต่ผู้ประพันธ์ก็มิได้ละเลยเสน่ห์ของนวนิยายที่ชวนอ่านด้วยการสร้างปมขัดแย้งในครอบครัว ปมขัดแย้งในใจของตัวละคร และความไม่ลงรอยกันของตัวละครคู่เอก ซึ่งในที่สุดก็คลี่คลายลงด้วยดีเพราะมีความรักและอุดมคติชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยเหตุที่นวนิยายเรื่องน้ำเล่นไฟมีความโดดเด่นในด้านเนื้อหา แนวคิดที่สร้างสรรค์ การสร้างตัวละครที่มีชีวิตชีวา การนำเสนอรสอารมณ์ที่บันเทิงใจ ภาษาและกลศิลป์ที่เนียนงามด้วยฝีมือของผู้ประพันธ์ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ คณะกรรมการจึงมติให้นวนิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประจำปี ๒๕๕๔
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ประพันธ์โดย ศิริวร แก้วกาญจน์ จัดพิมพ์โดย แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.)
คำนิยม โลกประหลาดในประวัติศาสตร์ความเศร้า ศิริวร แก้วกาญจน์สร้างสรรค์นวนิยายเรื่องโลกประหลาดในประวัติศาสตร์ความเศร้าโดยนำเสนอประเด็นเนื้อหาในระดับมหภาค นั่นคือการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ที่ผู้มีอำนาจกระทำต่อชนกลุ่มน้อย การต่อสู้กับอำนาจเผด็จการทหารเพื่อสิทธิ เสรีภาพและประชาธิปไตย และอำนาจทุนนิยมที่ฉกฉวยประโยชน์ทุกวิธีแม้กระทั่งจุดไฟสงคราม เรื่องราวของชาวกระเหรี่ยงอพยพหนีทหารพม่าที่ปล้น ฆ่า ข่มขืน บ้านเรือนถูกเผา ครอบครัวกระเจิดกระเจิงพลัดพราก และเรื่องราวของนักศึกษาพม่าที่หลบหนีลี้ภัยจากการกวาดล้างของรัฐบาลทหารมาใช้ชีวิตในค่ายอพยพและเมืองเล็กบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า รวมทั้งเรื่องราวของประชาชนชาวพม่าที่ถูกกดขี่รังแกต้องหลบซ่อนในป่าเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศของตนเอง ถูกถ่ายทอดในนวนิยายชื่อยาวนี้ด้วยเทคนิควิธีต่าง ๆ ได้แก่ การเล่าเรื่องตัดสลับไปมาที่ทำให้เวลาเลื่อนไหลอยู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน การใช้ภาพเหนือจริง การแทรกตำนานและนิทานพื้นบ้าน เรื่องราวของคนชายขอบ นัยเปรียบเทียบระหว่างความทุกข์เศร้าส่วนตัวกับความทุกข์เศร้าของมนุษยชาติ และการใช้รูปแบบของนวนิยายที่แทรกด้วยบันทึกส่วนตัวของตัวละคร ผู้เล่าเรื่องซึ่งเป็นการสร้างเรื่องเล่าคู่ขนาน ๒ เรื่องเพื่อทำลายนิยามของนวนิยายตามขนบเดิมกลวิธีทางวรรณศิลป์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้นวนิยายเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ที่มีลักษณะของคตินิยมหลังสมัยใหม่ (post-modernism) อันเป็นพัฒนาการของวรรณกรรมไทย ร่วมสมัย ความโดดเด่นของนวนิยายเรื่องโลกประหลาดในประวัติศาสตร์ความเศร้าอยู่ที่การสร้างบรรยากาศของความเศร้าที่กัดกินใจของผู้อ่าน แววตาหม่นมัว ใบหน้าโศกหมอง น้ำตาที่ต้องกักกั้นกันไว้ในอกเพื่อไม่ให้ความเศร้าแพร่ออกไปสู่ผู้อื่นเหมือนโรคระบาด ความหวาดกลัว หวั่นระแวง ที่เกาะกุมใจจนแทบไม่อาจควบคุมสติ ลมหายใจแห่งความหม่นหมอง มืดมน มัวซัว สลดหดหู่ ไร้ความหวัง ระบายอยู่แทบทุกบรรทัด ผู้อ่านจึงได้ซึมซับความรู้สึกสูญเสียของคนที่ถูกปล้นชิงทรัพย์สิน และความเป็นคน และเศร้าสร้อยไปกับความเจ็บปวดของคนพลัดถิ่นที่ไม่มีผืนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าให้เหยียบยืน นวนิยายเรื่องนี้บอกเราว่า ยิ่งโลกก้าวรุดไปข้างหน้า มนุษย์ก็ยิ่งถอยห่างจากความรัก ความดีงาม ความเข้าใจเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันซึ่งเคยหยั่งรากอยู่ในจารีตวัฒนธรรมเก่าแก่มากยิ่งขึ้น นวนิยายเรื่องโลกประหลาดในประวัติศาสตร์ความเศร้าได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประจำปี ๒๕๕๔
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ประพันธ์โดย ร่มแก้ว จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์พิมพ์
คำนิยม บุษบาเร่ฝัน ความทุกข์ที่กัดกร่อนใจมนุษย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคือความอิจฉา มนุษย์ส่วนใหญ่มักไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีและเป็น “ร่มแก้ว” นำเสนอความคิดนี้ผ่านหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่ว่าหน้าตา การเรียน ความสามารถในการทำงาน เธอกลืนหายไปในหมู่ผู้คน เธอมักคิดจะเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นอยู่เนืองๆ และเฝ้าฝันแต่เพียงว่าเธอจะเป็นเช่นนั้นบ้าง เพราะเธอรู้ตัวดีว่าไม่อาจปรับบุคลิก เปลี่ยนนิสัย รื้อภูมิหลัง หยิบฉวยพรสวรรค์ของใครมาเป็นของตัวเองได้ นอกเสียจากว่าปาฏิหาริย์จะบังเกิด เหมือนชะตากรรมเล่นตลก สิ่งสมมุติในใจเธอกลับเป็นจริง เธอสวมชีวิตของคนอื่นที่เอาเข้าจริงๆแล้วก็ไม่ได้หรูเลิศวิไลดังในความฝัน ทุกชีวิตล้วนมีปัญหา มีความลับที่ซ่อนเร้น มีทุกข์ที่แบกไว้ซึ่งผู้อื่นไม่เคยล่วงรู้ ในร่างของคนอื่น เธอได้มองตัวเองและเห็นชีวิตที่ผ่านมาซึ่งอาภัพและอับโชค ว่าช่างดีเสียยิ่งกว่าชีวิตของคนอื่นที่เธอเคยอิจฉา เธอเคยมองข้ามกระทั่งความรักความปรารถนาดีของผู้คนที่รายล้อม เฝ้าครุ่นคิดแค้นเคืองโชคชะตา แต่แล้วในที่สุดโชคชะตาก็กลั่นแกล้งเธอ ร่มแก้ว” สามารถนำเสนอชีวิตของผู้หญิงสี่คนสี่แบบได้อย่างมีมิติ ทุกคนมีทุกข์ที่ ต้องทน มีฝันที่ต้องก้าว มีความรักที่อยากครอบครอง ”สลับร่างสร้างเรื่อง” ไม่ใช่กลวิธีใหม่แต่ “ร่มแก้ว” สามารถใช้กลวิธีนี้ดำเนินเรื่องอย่างน่าติดตาม และคนอ่านเอาใจช่วยให้ปาฏิหาริย์บังเกิดแม้จวนเจียนจะหมดหวัง ราวกับแฝงนัยว่าการเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเราเป็นเรื่องยาก แต่การหวนกลับมาเป็นตัวเราที่เปลี่ยนไปเป็นคนอื่นแล้วแสนเข็ญเสียยิ่งกว่า สารของเรื่องนี้ชวนให้ฉุกคิดย้อนทบทวนมองหาความสามารถที่ไม่เคยรู้ตัวว่ามี ให้ภูมิใจในตัวเอง รักในสิ่งที่มี เห็นค่าในสิ่งที่เป็น เพราะนั่นคือพรอันประเสริฐยิ่งที่มนุษย์พึงมอบให้แก่ตนเอง คณะกรรมการตัดสินนวนิยาย รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงมติให้นวนิยายเรื่องบุษบาเร่ฝันได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ผลการตัดสินรางวัลประเภท “วรรณกรรมสำหรับเยาวชน”
รางวัลชนะเลิศ

ประพันธ์โดย ชนประเสริฐ คินทรักษ์ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ พิมพ์บูรพา
คำนิยม นักล่าผู้น่ารัก นักล่าผู้น่ารัก เป็นนวนิยายเกี่ยวกับสุนัขที่นำเสนอโดยเน้นเรื่องราวชีวิตของสุนัขสองตัวที่มี ภูมิหลัง และพฤติกรรมแตกต่างกัน แต่ชะตาชีวิตทำให้ได้พบและร่วมเดินทางผจญภัยจนเกิดมิตรภาพแน่นแฟ้น และนำไปสู่ความสำเร็จ แม้ว่าเป็นเรื่องของสัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่หนังสือเรื่องนี้ก็มีความโดดเด่นด้วยโครงเรื่องที่สนุกสนานให้สาระความรู้ที่มีประโยชน์ และสอดแทรกข้อคิดที่เหมาะสมไว้อย่าง แยบยล “นักล่าผู้น่ารัก” มีองค์ประกอบของวรรณกรรมเยาวชนที่ดี ทั้งในด้านโครงเรื่อง ตัวละคร แนวคิดและสำนวนภาษา โครงเรื่องสนุกสนานชวนติดตาม มีปมปัญหาและข้อขัดแย้งทั้งในด้านความคิดจิตใจของตัวละครและเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งตัวละครต้องใช้สติปัญญา ความกล้าหาญ และความร่วมมือแก้ปัญหาโดยไม่เคยสิ้นความหวัง ตัวละครมีความชัดเจนทั้งรูปร่างลักษณะ ความคิดและความรู้สึก ด้วยการบรรยายเรียบง่าย บทสนทนาที่เหมาะสมกับบทบาทและบุคลิกของตัวละคร และข้อมูลพื้นฐานพฤติกรรมของตัวละคร ผู้ประพันธ์มีกลวิธีที่แนบเนียนในการนำเสนอแนวคิด โดยสะท้อนตัวละครเอกที่มีความแตกต่าง และขัดแย้งกัน แต่เมื่อต้องเดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุข ฟันฝ่าอุปสรรคอันตรายต่าง ๆ จึงเกิดมิตรภาพแน่นแฟ้น เป็นที่ประทับใจ และสะท้อนแนวคิด และคุณธรรมด้านความสุขของการเป็นผู้ให้ความเอื้อเฟื้อ การยอมรับและรับฟังผู้อื่น ความกล้าหาญอดทน ความหวัง ซึ่งช่วยให้ผ่านพันอุปสรรคไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ นอกจากนี้ยังเสนอความคิดต่อสังคมเรื่องสัตว์เลี้ยงผ่านบทสนทนาของตัวละครที่เป็นคนโดยสะท้อนพฤติกรรมของผู้ที่รักและเมตตาสัตว์อย่างแท้จริง ซึ่งจะคงอยู่ตลอดไป กับ ผู้ที่รักอย่างมีเงื่อนไข หรืออาจเปลี่ยนเป็นความโหดร้าย และการทอดทิ้ง เมื่อสิ้นประโยชน์หรือเสื่อมค่าลง ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงจึงต้องมีความรัก ความเมตตา และรับผิดชอบดูแลสัตว์เลี้ยงของตนตลอดไป หนังสือเรื่องนี้เรียบเรียงด้วยสำนวนภาษากระชับสละสลวย และมีความไพเราะ งดงามสอดคล้องกับเนื้อหา มีการเปรียบเทียบคมคาย ให้ภาพพจน์และเข้าใจง่าย การนำเสนอเนื้อหาซึ่งแบ่งเป็นบทย่อย มีการขึ้นต้น และจบบทที่สอดรับสัมพันธ์กันอย่างดี และแทรกภาพประกอบสวยงามเข้ากับ เนื้อเรื่อง นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่า ทั้งสำหรับเยาวชนและผู้ใหญ่ หนังสือเรื่อง “นักล่าผู้น่ารัก” จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นหนังสือดีเด่นรางวัล “ เซเว่นบุ๊ค อวอร์ด” ประเภท “วรรณกรรมสำหรับเยาวชน” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔
างวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ประพันธ์โดย วิเชียร ไชยบัง จัดพิมพ์โดย โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
คำนิยม สายลมกับทุ่งหญ้า เรื่องราวของตากับหลานที่มีรายละเอียดอันอ่อนโยนของชีวิต ซึ่งดำเนินไปตามวิถีโลก บอกเล่าถึงความผูกพันของคนสองวัย คือ กายในวัยที่กำลังเรียนรู้เพื่อความเข้มแข็งกับตาคำผู้ซึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้นและมองทุกอย่างผ่านสายตาอันลึกซึ้งแหลมคม การดำรงอยู่และเติบโตขึ้นของกายสวนทางกับความร่วงโรยและการจากพราก ของตาคำ แต่เรื่องราวระหว่างบรรทัดนั้นเองที่ทำให้กายและผู้อ่านได้ค้นพบความหมายของชีวิตผ่านสายลมกับทุ่งหญ้าอันงดงามในความเป็นจริง วิเชียร ไชยบัง สามารถใช้ภาษาและจินตนาการก่อให้เกิดความเพลิดเพลิน และชวนติดตามเรื่องราวของตัวละครที่เปรียบเสมือนบุคคลที่เราได้พบเห็นในสังคมชนบทที่ยังมีความรัก ความผูกพันและอบอุ่นไปด้วยน้ำใจไมตรีซึ่งไม่มีวันลบเลือนไปจากสังคมไทย
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ผลการตัดสินรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “นวนิยายขนาดสั้น”
รางวัลชนะเลิศ ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
“เทวดากับยาจก” (หนังสือทำมือ) ประพันธ์โดย ธามาวา (ธมลวรรณ เกิดจั่น) เทวดากับยาจก (หนังสือแนะนำ) เรื่องของเทวดาวรินทร ผู้ทำหน้าที่เป็นเทวดาอารักษ์ กับนายศรัทธา วิริยะ ผู้ที่แสนดี แต่ยากจน ชีวิตของเขาประสบแต่ความโชคร้าย และถูกเอารัดเอาเปรียบโดยตลอด เขามีความสุขที่เห็นคนอื่นมีความสุข ยึดมั่นอยู่กับการกระทำแต่ความดี พอใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้ เทวดาวรินทรที่อยากให้คนดีอย่างนายศรัทธาได้รับผลตอบแทนที่ดีบ้าง จึงเพียรพยายามหาทางช่วยเหลือนายศรัทธาทุกวิถีทาง เทวดาวรินทรต้องไปพบเทวดาตามกระทรวง ต่างๆบนสวรรค์ เช่น กระทรวงชะตากรรมมนุษย์ กระทรวงมั่งคั่ง กรมโอกาส กรมลาภ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถช่วยเหลือนายศรัทธาได้แล้ว ยังส่งผลกระทบมาถึงตัวเทวดาวรินทรอีกด้วย เรื่องดำเนินไปอย่างน่าติดตาม และคลี่คลายในที่สุด คือตัวละครเอกทั้งสองได้รับผลแห่งการทำความดี เทวดากับยาจก เป็นหนังสือที่ส่งเสริมการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ชี้ให้เห็นถึงความสุขที่เกิดจากใจ การมองโลกในแง่ดี เกิดความเชื่อมั่นว่า การทำดีจะส่งผลดีต่อผู้กระทำอย่างแน่นอน
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ผลการตัดสินประเภทนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “รวมเรื่องสั้น”
รางวัลชนะเลิศ
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ผลการตัดสินรางวัลประเภท “นิยายภาพ (การ์ตูน)”
รางวัลชนะเลิศ
วาดและประพันธ์โดย THE DUANG จัดพิมพ์โดย ฟูลสต๊อป
คำนิยม MY INSPIRATION
“MY INSPIRATION” เป็นการรวมผลงานการ์ตูนสั้น 7 เรื่อง “THE DUANG” ผู้สร้างเรื่องและภาพ วางเค้าโครงเรื่องแต่ละเรื่องได้อย่างลึกซึ้งและแสดงให้เห็นถึงสภาวะแก่นแท้ของมนุษยชนที่ยังเป็นปุถุชน ในแง่มุมที่คมคายและแตกต่างกันไป สื่อสารด้านจิตใจ และความคิดได้อย่างลุ่มลึก ใช้สัญลักษณ์ในการสื่อความคิดสู่ผู้อ่าน และแสดงความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน แสดงวิถีชีวิตที่ดำเนินเรื่องด้วยภาพในรูปแบบใหม่ โดยกำหนดหน้ากระดาษหนังสือเป็นกรอบดำเนินเรื่อง การสร้างภาพประสานกับเรื่องได้อย่างดี มีอารมณ์บุคลิกกลมกลืนกับเนื้อเรื่อง ลีลาเส้นสายฝีมือและเทคนิคการวาดภาพสวยงามทันสมัย
เรื่องที่โดดเด่นในเล่มคือ RETURN เป็นการ์ตูนที่เล่าเรื่องด้วยภาพ โดยไม่มีบทบรรยายและบทพูด เนื้อหาโดยรวมสะท้อนปัญหาของวัยรุ่น โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาที่ตามมาคือตั้งครรภ์และมีบุตรโดยพ่อแม่วัยรุ่นซึ่งยังไม่พร้อมจะมีความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ผู้เขียนยังสะท้อนภาพปัญหาสังคมผ่านการ์ตูนเรื่องอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นมุมมองที่น่าสนใจ
“MY INSPIRATION” ให้คุณค่าแง่คิดด้านปรัชญาและสังคม ผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
วาดและประพันธ์โดย NUMMON จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ LET'S COMIC
คำนิยม LOVE ON 20 PAGES
หนังสือการ์ตูนเล่มนี้เมื่ออ่านแล้วให้ความรู้สึกใกล้ตัวเหมือนมีประสบการณ์ชีวิตร่วม ทั้งภาพ เรื่องราว และเนื้อหามีบรรยากาศแบบไทยๆ ที่ทำให้เกิดบรรยากาศที่คุ้นเคย “LOVE ON 20 PAGES” นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความรักในหลายๆ รูปแบบ เช่น พระเอกนางเอกซึ่งเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ แม้มีอุปนิสัยแตกต่างกัน ทำให้ชีวิตครอบครัวดูปั่นป่วน แต่ก็มีความรักและอบอุ่น มีเรื่องราวความรักของคนสูงอายุ ความรักของตัวประกอบ ความรักของพ่อแม่ลูก มิตรภาพความรักระหว่างผู้ให้และผู้รับ รวมทั้งความรักของผู้คนทั่วๆ ไปในสังคมไทย การ์ตูนเล่มนี้มีลายเส้นที่ทันสมัย ดำเนินเรื่องราวและภาพได้สนุกเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีอารมณ์ มีข้อคิดและแง่มุมดีๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างครอบครัว สามีภรรรยา พ่อแม่ลูก เพื่อน ฯลฯ กลิ่นไอของการ์ตูนโดยรวมให้อารมณ์ที่อบอุ่น
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
วาดและประพันธ์โดย ศุภชัย จิรคุปต์, ทรงวิทย์ สี่กิติกุล, b-padung, อภิชาติ รอดวัฒนกุล, อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์, กระเดื่อง , Newworld, มุนิน, เอกชัย รอดโตนด, ไตรภัค (puck), เสี่ยแนน, สถาพร ริยะส , ทักษ์ ไทยทะเล จัดพิมพ์โดย สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก
คำนิยม หอมหัวใหญ่ ๔: ฉบับกุมหัวใจผู้พิการ หนังสือการ์ตูนเล่มนี้เป็นการรวมนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพ ๑๓ คนมาสร้างสรรค์ผลงานที่ถ่ายทอดมุมมองและเรื่องราวชีวิตอันเกี่ยวเนื่องกับผู้พิการที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้อ่านได้ สัมผัส รับรู้ความรู้สึกนึกคิด เห็นคุณค่าและคำนึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน เรื่องราวของการ์ตูนแต่ละเรื่อง นำเสนอชีวิตของผู้พิการแต่ละประเภท และบุคคลปกติทั่วไปที่ต้องเกี่ยวข้องหรือมีปฏิสัมพันธ์กัน บางเรื่องนำเสนอเนื้อหาด้วยความละเมียดละไม บางเรื่องแฝงอารมณ์ขัน แต่ก็มีมุมมองที่ลึกซี้ง หลายเรื่องแสดงถึงความอบอุ่นที่ผู้พิการและคนปกติมีชีวิตร่วมกัน การ์ตูนเล่มนี้น่าจะเป็นสื่อที่ทำให้ผู้อ่านทั้งคนพิการและไม่พิการได้เปิดใจยอมรับซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น
ผลการตัดสินรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “นิยายภาพ (การ์ตูน)”
รางวัลชนะเลิศ
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
ไม่มีผลงานใดสมควรได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒
หนังสือแนะนำ ประเภทนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวด “นิยายภาพ (การ์ตูน)”
หนังสือเรื่อง บ้าน (หนังสือทำมือ) ประพันธ์โดย สะอาด (ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์)
ผู้เขียนสร้างงานออกมาด้วยลายเส้นที่สนุกสนาน แม้จะไม่มีตัวอักษรหรือบทพูดใดๆ ก็ยังอ่านได้เข้าใจดี นำเสนอเรื่องลูกชายที่แสนซน ถูกแม่ตีเสียใจหนีออกจากบ้าน ระหว่างการหนีออกจากบ้านผู้เขียนได้สอดแทรกมุขตลกด้วย สุดท้ายลูกชายที่แสนซนคิดถึงความดีของแม่เลยตัดสินใจกลับบ้าน ปิดท้ายเรื่องราวด้วยความอบอุ่น
หนังสือเรื่อง เรื่องลึก (ลับ) ของไดโนเสาร์ไทย (หนังสือทำมือ)
ประพันธ์โดย โทณะวัฒน์ โทณะวณิก ผู้เขียนสร้างงานออกมาด้วยลายเส้นและภาพประกอบที่เรียบง่าย ดูเป็นวิชาการมาก แต่ก็เหมาะสมกับเนื้อหาเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอในลักษณะการ์ตูนความรู้แนวผจญภัย ซึ่งนอกจากจะต้องใช้ทักษะด้านการวาดภาพแล้ว ยังจำเป็นจะต้องเป็นนักค้นคว้าหาข้อมูล ผลงานการ์ตูนเล่มนี้ลายเส้นหรือตัวการ์ตูนอาจไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก แต่นำเสนอสาระความรู้ได้อย่างละเอียดแนบเนียน

ยังไม่มีสินค้าในตะกร้า
Email ในการเข้าสู่ระบบ

Password

 

หน้าหลัก | สาขาของเรา | ระบบบริการห้องสมุด | เมืองเด็ก | Chulabook Member | ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย |
Partner Links | ประวัติความเป็นมา | คณะกรรมการบริหารศูนย์หนังสือ | เผยแพร่ผลงานกับเรา | สมัครงานกับเรา | ติดต่อเรา

ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้ง 18 มิถุนายน พ.ศ.2518 อาคารวิทยกิตติ์ ชั้น 14 ซอย จุฬาลงกรณ์ 64 ถนน พญาไท แขวง วังใหม่ เขต ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้อหนังสือ ได้ที่ Call Center 0-2255-4433 เบอร์มือถือ 08-6323-3704 Email : info@cubook.chula.ac.th , customer@cubook.chula.ac.th