Advance Search


 


คอมพิวเตอร์
คู่มือสอบต่างๆ
คณิตศาสตร์
ฟิสิกส์
เคมี
ชีววิทยา
นวนิยาย
หนังสือสำหรับเด็ก
อ้างอิง+พจนานุกรม
หนังสือพระราชนิพนธ์
หนังสือเฉลิมพระเกียรติฯ
การบริหาร
การเงิน+การธนาคาร
การตลาด
การบัญชี
การคลังภาษีอากร
แพทย์ศาสตร์
เภสัชศาสตร์
วิศวกรรมศาสตร์
เกษตรศาสตร์
คหกรรมศาสตร์
เทคโนโลยี
การวิจัย
การเมือง+การปกครอง
ไทยศึกษา
กฎหมาย
ภาษาศาสตร์
บรรณารักษ์ศาสตร์
ศาสนา
ปรัชญา+จิตวิทยา
ศิลป+ดนตรี
นันทนาการ
แผนที่
 


วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สมเด็จพระเทพรัตนฯ รับสั่งถึงที่มา ภาพถ่ายฝีพระ หัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” [30 ก.ค. 51 - 00:33]

      เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร... กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรม ราชูปถัมภ์ จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่ หยุดยั้ง...Always Roaming with a Hungry Heart” ในสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เป็นปฐมฤกษ์
      ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ได้เสด็จฯทรงเปิดงานพร้อมทั้งทรงบรรยายถึง ที่มาของภาพถ่ายฝีพระหัตถ์บางส่วนแก่ผู้ร่วมชมนิทรรศการ ที่ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 ของหอศิลปฯเป็นเวลาถึง 45 นาที โดยมีพระราชดำรัสตอนต้นว่า “ดีใจที่จัดแสดงภาพอีกครั้ง ขอบคุณกรุงเทพมหานคร และอยากแสดงความระลึกถึงคุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ที่ให้กำลังใจเสมอมา ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว จัดงานมา 2-3 ครั้ง เลยคิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน ช่างภาพใหญ่ขึ้นมา แต่ก็มีคนเตือนว่า ถ้าจะทำต่อไปควรจะเรียนสักหน่อย ทีแรกทำท่าขึงขังว่าจะเรียน จนบัดนี้ยังไม่ได้เรียนเลย ได้กล้องมาก็ควรอ่าน ก็ไม่ได้อ่าน แต่มีเทคนิคใหม่เพิ่มเติม คือพยายามทำให้ ไฟล์ใหญ่ขึ้นจะได้อัดขยายมากขึ้น”

                    
      สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงอธิบายถึงอุปสรรคในการถ่ายภาพว่า “การถ่ายภาพต้องต่อสู้กับความกดดัน จะถ่ายทีก็ลำบาก ยกกล้องเล็งขึ้นมา มีใครไม่รู้กรูกันเข้ามา ต้องหลอกล่อยกกล้องขึ้นไปอีกทางก่อน แล้วค่อยหันกลับไปถ่ายอีกทาง บางภาพก็ต้องถ่ายในรถยนต์ ซึ่งต้องมีเทคนิคชะโงกหน้าไปก่อนว่า ข้างหน้าอนาคตอันใกล้มีอะไรบ้าง จะได้เตรียมกด มีคนเคยถามว่า ทำไมต้องคล้องกล้อง 3 ตัว ก็เอาไว้เผื่อถ่านหมด เคยมีคนตะโกนบอกให้ปิดกล้อง กลัวถ่านหมด แต่บางครั้งปิดแล้ว พอเห็นอะไรก็ถ่ายไม่ทัน” นอกจากนี้มีบางรูปที่ทรงถ่ายร้านขายของในสหรัฐอเมริกา เจ้าของร้านไล่กลัวการลอกเลียนแบบ พระองค์เลยทรงหยิบสมุดมาร่าง เจ้าของร้านยิ่งไม่ให้ใหญ่เลย

                   
      สมเด็จพระเทพรัตนฯ ยังทรงเล่าถึงชื่อนิทรรศการครั้งนี้อย่างพระอารมณ์ขันว่า “ทีแรกจะตั้งชื่อว่า ทัวร์จับฉ่าย แต่ฟังไม่ดี ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง ในชื่อภาษาอังกฤษมาจากบทกวีของลอร์ดเทนเนสัน ในศตวรรษที่ 19 ที่เขาไม่หยุดยั้งที่จะท่องเที่ยว จะเหี่ยวแห้งที่บ้านไม่ได้ การท่องเที่ยวทำให้ได้พบกับผู้คนได้เห็นวัฒนธรรมทุกอย่าง ไม่ได้เฉพาะกายภาพ แต่ได้ความคิด ได้ไปให้ถึงสุดขอบเขตความคิดมนุษย์ ไปไหนก็รู้จักความคิด วัฒนธรรมต่างๆ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในที่ต่างๆ แล้วมาโยงกับประเทศของเรา มีกวีเยอรมันกล่าวว่า พระเจ้ารักใครจะให้ออกไปที่ต่างๆ คนไม่รักจะตอกตะปู ไว้ที่บ้าน เราคงเป็นคนที่พระเจ้ารัก ได้ออกไปที่ต่างๆ เคยคุยกับ “สมเด็จแม่” ว่า จุดมุ่งหมายชีวิตคือ อยากออกไปสู่โลกกว้างให้ไกลที่สุด ซึ่งผิด น่าจะอยากช่วยคนมากกว่า แต่ก็อยากเป็นแบบซามูไรพเนจร ออกไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ได้เที่ยวด้วย ทำงานด้วย”
      สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมพระอัจฉริยภาพ ด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้ร่วมตามรอยเสด็จผ่านทางภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จำนวน 230 ภาพ ที่ได้ทรงบันทึกไว้ขณะเสด็จฯเยือนสถานที่ต่างๆ ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดแสดงเรียงตามลำดับปีของภาพที่ได้ทรงบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีปัจจุบัน
      อาทิ ภาพ “สิงห์ใหม่” คุณใหม่ถ่ายคู่รูปปั้นสิงโตที่ประเทศอินเดีย, ภาพ“หางขมวด” เป็นรูปหางสุนัขทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลานของคุณทองแดง แต่ไม่รู้ว่าตัวไหน, ภาพ “ผมหลับ” เป็นภาพเด็กโรงเรียน ตชด.ถูกตัดผมจนหลับ ฯลฯ



ภาพข่าวบางส่วนจาก ช่อง3
ติดตามหนังสือเล่มนี้ได้ที่
ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกสาขา หรือโทร.0-2255-4433
ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง (ALWAYS ROAMING WITH A HUNGRY HEART)
ผู้แต่ง/แปล : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ราคาปก 900.00 บาท