ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ระวี ภาวิไล เป็นผู้หนึ่งที่ศึกษาธรรมะอย่างเข้าถึงแก่นแท้ของชีวิต ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการธรรมสถานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นศูนย์กิจกรรมทางศาสนิกในศาสนาต่าง ๆ ที่สามารถอยู่ร่วมกันโดยไม่มีความขัดแย้ง ท่านได้ให้แนวทางในการแก้ปัญหาของสังคมไทยเพื่อลดความขัดแย้ง "หลักพุทธธรรม"
ปัญหาความขัดแย้งของคนเรานั้นมีมาตลอดตั้งแต่สมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมีอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้นทุกอย่างเพราะเรามัวแต่คิดถึงแต่ตัวเองไม่คิดถึงผู้อื่น หากสังคมไทยจะลดปัญหาความขัดแย้ง ให้ทุกคนนึกถึงธรรมะเข้าไว้ และเรียนรู้หลัก "พรหมวิหาร 4 คือ "เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา"
ศ.กิตติคุณ ดร.ระวี ภาวิไล ยังกล่าวต่ออีกว่า "ทุกคนอยากมีความสุข ซึ่งความสุขจะกระจายกันได้ให้เริ่มต้นในครอบครัวของเรา ทำทุกอย่างให้ทีความสุข เมื่อออกไปทำงาน ก็จะเอาความสุขไปให้คนที่ทำงานด้วย มันก็แผ่ไปได้ ถ้าคนมีความทุกข์ที่แก้ไม่ได้ มันจะแผ่ความทุกข์นั้นไปให้คนอื่น ในสังคมมีคนทั้ง 2 แบบ ถ้าเราอยากจะช่วยสังคม และช่วยตัวเองให้มีความสุข ตื่นเช้าก็แผ่เมตตา นอนก็แผ่เมตตา และควรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ขัดสน ยากจนบ้าง"
นอกจากนี้ ศ.กิตติคุณ ดร.ระวี ภาวิไล ยังได้ออกหนังสือผลงานหนังสือเล่มล่าสุดคือ "หลักธรรมที่ใช้เป็นรากฐานของสังคมไทยในยุคเทคโนโลยีภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองถึงปัจจุบัน" จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับสังคมไทยในปัจจุบัน เพราะท่านเลือกสรรหลักพุทธธรรมในแง่มุมสำคัญต่าง ๆ มารวมไว้ในเล่มที่ควรแก่การศึกษา ปฏิบัติ เพื่อให้ความเข้าใจที่ชัดเจนในความหมายและจุดหมายสำคัญของชีวิต
เนื้อหาในเล่มแบ่งออกเป็น 5 บท
บทแรก พูดถึงเรื่อง โลกทัศน์ ชิวทัศน์ เป็นการเปรียบเทียบพุทธธรรม กับ ปรัชญา และวิทยาศาสตร์ในบทบาทที่มีต่อสังคมมนุษย์ ในแง่ภูมิปัญญาและการประยุกต์เพื่อแก้ปัญหาของชีวิตและสังคม นอกจากนี้ได้วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างโลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์กับโลกทัศน์ทางพุทธธรรมด้วย
บทที่ 2 หลักธรรมในพระสูตร เสนอหลักธรรมจากพระสูตรซึ่งมีบทบาทชี้นำแนวทางประพฤติปฏิบัติของชาวพุทธไทยปัจจุบัน
บทที่ 3 อภิธรรม อภิธรรมคือการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการสรุปรวมหลักธรรมสำคัญเบื้องต้นของอภิธรรม ในฐานะที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นหลักพุทธธรรมสำหรับยุควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้เพราะอภิธรรมเสนอการวิเคราะห์ปรากฏการณ์โลกสและชีวิตในระดับพื้นฐานที่สุด จึงเป็นหลักความรู้ที่สามารถนำมาใช้เป็นพื้นฐานรองรับการปฏิบัติพัฒนาชีวิต และสังคมในโลกปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม
บทที่ 4 พุทธทาภิกขุกับพุทธศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นการปฏิบัติธรรมแบบวิทยาศาสตร์ของท่านพุทธทาสภิภขุที่เหมาะสมกับผู้คนยุคเทคโนโลยี ระบบนี้อาศัยหลักธรรม "ปฏิจจสมุปบาท - อานปานสติ - อัมมยตา" (ป - อ - อ)
บทที่ 5 เป็นบททสรุป ว่า หลักพุทธธรรมสำหรับสังคมไทย และสังคมโลกในเทคโนโลยนั้นคือ อภิธรรม ควบคู่ไปกับ หลักธรรม ป - อ - อ ของท่านพุทธทาสในความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลส่งเสริมกัน |